20 อาการบอกโรค ที่คุณไม่ควรมองข้าม หัดลองสังเกตตัวเอง

2963

การให้ความสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก และในวันนี้เราจะมาบอกวิธีการสังเกตอาการตัวเอง ว่าเรากำลังเป็นโรคอะไรอยู่หรือเปล่า จะได้หาทางป้องกันหรือรักษาได้ทัน เพราะว่าปัญหาเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพให้เราในภายหน้าได้ ถ้ารักษาไม่ทันอาจส่งผลถึงชีวิตได้โดยไม่ตั้งตัว

20 อาการบอกโรค

1. คนที่นอนไม่หลับเลย สะดุ้งตื่นเวลากลางดึก อาการเหล่านี้มักจะเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เกิดจากถุงน้ำดีข้น หรือว่ากะดูกคอในข้อที่ 1 มีการเคลื่อน หรือโลหิตในร่างกายของคุณไม่ค่อยดี มีปัญหาในเรื่องของการหล่อเลี้ยงหัวใจ ตื่นเต้นบ่อย

2. ผิวแห้งหยาบกร้าน มีติ่งมีหูดตาปลา สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากลำใส้ใหญ่ไม่สะอาด แนะนำว่าให้บำรุงสุขภาพด้วยการดีท็อกซ์

3. ปัสสาวะมีกลิ่นค่อนข้างแรง มีกลิ่นฉุน เนื่องจากไตของคุณทำงานไม่ดี ต่อมลูกหมากโต มีปฏิวัติที่ค้าง อั้นปัสสาวะบ่อย รออยู่นะสำหรับแก้ไขได้โดยการกินแกนสับปะรด 3 แกนทุกวันเป็นเวลา 7 วัน และดื่มน้ำกระชายเป็นประจำในตอนเช้า

4. ปวดเมื่อยนิ้ว มันบอกว่าความร้อนในร่างกายไม่ดี ร่างกายถูกความเย็นในช่วงเวลา 3 ทุ่ม- 5 ทุ่ม เช่นกันอาบน้ำเย็น การตากแห้งลดศีรษะ อาจจะทำให้เรารู้สึกเมื่อยล้าเนื้อตัวได้ วิธีการแก้ไขแนะนำว่า ให้นำ ผ้าชุบน้ำอุ่น นำมาประคบใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วค่อยนอน

5. เมื่อยฝ่าเท้า ลุกเดินแล้วรู้สึกปวด นั่นบ่งบอกถึงว่าปอดไม่แข็งแรง ควรบริหารปอดด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ

6. รู้สึกเมื่อยล้า บริเวณเข่าด้านนอก ต้นมาถึงบริเวณสะโพกและโคนขา มันบ่งบอกถึงถุงน้ำดีข้น ดื่มน้ำน้อยจนเกินไป ทำให้ระบบดูดซึมไม่ดี ปัญหาเกิดจากการกินของที่มีน้ำมันพืชที่มากเกินไป จนทำให้น้ำมันถูกแปรสภาพและเหนียวเกาะบริเวณลำใส้ เกิดการสะสมจนทำให้มีปัญหาได้

7. รู้สึกปวดเมื่อยตามข้อเข่า ข้อเท้า ข้อมือ เมื่อมีอาการลักษณะเช่นนี้ วิธีการแก้คือตื่นเช้าให้นำน้ำเย็นมาราด บริเวณที่ปวด เป็นประจำทุกวัน วิธีการนี้นอกจากจะช่วยลดอาการเมื่อยได้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นในเรื่องของระบบขับถ่ายได้อีกด้วย

8. รู้สึกมีอาการตึงบริเวณใต้ราวนม บ่งบอกถึงน้ำเหลืองไม่ค่อยดี อันมีสาเหตุมาจากมีอุจจาระค้าง ขับถ่ายไม่หมด นั่งเล่นโทรศัพท์ในขณะที่ขับถ่าย วิธีการแก้ไขคือ ควรที่จะขับถ่ายให้เรียบร้อยโดยการไม่เล่นโทรศัพท์ หยุดการอั้น และหาขมิ้นชันกินกับน้ำในช่วงเวลาตอนเช้าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองได้

9. เมื่อยหลัง นั่งไม่ถูกท่า บ่งบอกถึงความเครียด นั่งทำงานมากเกินไปโดยการไม่ยืดเส้นยืดสาย มีความวิตกกังวล นิ่ว ลมในท้องเยอะ มีปัญหาเกี่ยวกับไต หากมากเกินไปแนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์โดยด่วน

10. ลองใช้นิ้วกดบริเวณกลางฝ่ามือดู ถ้าหากรู้สึกว่าเจ็บ นั่นบ่งบอกถึงว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ การอักเสบ

11. กดใต้นิ้วชี้ ถ้ารู้สึกเจ็บ อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหารไม่ดี ตับมีปัญหา

12. นิ้วกลางล็อค บ่งบอกถึงการมีไขมันในโลหิตมากเกินไป วิธีการแก้ไขคือขอกำลังกายและขยับนิ้วให้มากๆ ดื่มน้ำกระเจี๊ยบพุทรา แก้ปัญหาระดับคอเลสเตอรอลสูง

13. มือสั่นเท้าสั่น บ่งบอกได้ถึงการมีน้ำมันเกาะบริเวณลำใส้มาก อาจเกิดมาจากการกินอาหารประเภทที่มีน้ำมันพืชมากจนเกินไป อย่างเช่น ของทอดของมัน

14. เหงื่อออกง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อออกที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดเกี่ยวกับตัวเย็น ปัญหาหัวใจที่ไม่แข็งแรง ฮอโมนที่ผิดปกติ แนะนำให้ดื่มน้ำกระชาย ข้าวเหนียวกับลำไยแห้งเพื่อเป็นการบำรุงหัวใจ

15. ตะคริว เหน็บชา บ่งบอกถึงระบบไหลเวียนของโลหิตทำงานไม่ดี ไม่กินข้าวซ้อมมือ ขาดโพแทสเซียม แนะนำว่าให้แก้ไขด้วยการดื่มผลไม้ กินผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูง ดื่มน้ำเกลือแร่ งดการกินข้าวเหนียวและของดอง

16. ไม่กินอาหารเช้า ขนาดนี้มัก จะทำให้ใบหน้าของคุณแก่เร็ว คออักเสบ บางครั้งมีร้อนใน เมื่อไหร่ เข่าไม่ดี วิตกกังวลง่าย โมโหง่าย

17. มีกลิ่นตัว เกิดมาจากระบบภายในร่างกาย ลำใส้ใหญ่ทำงานไม่ปกติ มีสิ่งที่ตกค้างมาก ก่อให้เกิดปัญหากลิ่นปาก เหงื่อ และลมหายใจ

18. สายตาไม่ดี ส่วนใหญ่มักจะเกิด จากปัญหาการเล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืด ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อย วิธีการแก้ไขคือ หาผักผลไม้ที่มีวิตามินเอสูงมารับประทาน

19. ท้องผูก อ้วนง่าย ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการรับประทานอาหารมื้อดึก อาหารประเภทของมันของทอดมากจนเกินไป วิธีการแก้ไขคือให้หลีกเลี่ยงอาหารมัน ของทอด และดื่มน้ำมะนาวอุ่นๆก่อนนอนจะช่วยให้ถ่ายท้องได้ดีขึ้น

20. หายใจไม่สะดวก ปัญหานี้เกิดจากการออกกำลังกายน้อย ระบบถ่ายเทอากาศไม่ดี วิธีการแก้ไขแนะนำว่าให้ใช้น้ำมะนาวฝานให้เป็นแว่น ไปไว้ในถ้วยหรือจานก็ได้ แล้วก็เทน้ำอุ่นลงไป เอาไว้ในห้องนอน วิธีการนี้จะช่วยให้กลิ่นห้องนอนดีขึ้น การหายใจ ก็จะสะดวกขึ้น

จากประสบการณ์ 20 ข้อนี้ เพื่อน ๆ สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ลองหมั่นสังเกตอาการของตัวคุณและคนรอบข้างดู เมื่อรู้แล้วอย่าลืมที่จะแก้ไขปัญหาของตัวเอง และคนรอบข้างนะคะ

 

แหล่งที่มา : postsod.com