แนะนำ 10 สูตร ผสมดินปลูก ที่ช่วยให้ดินดี ปลูกอะไรก็งาม

353

วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ การปลูกต้นไม้ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ ดินปลูก เพราะดินจะเป็นแหล่งสะสมอาหารให้กับต้นไม้ ถ้าดินไม่ดี ต้นไม้ก็จะไม่โต แต่ถ้าได้ดินที่ดี เหมาะสมกับต้นไม้ที่เราปลูก ก็จะช่วยให้ต้นไม้โตสวยงาม สมบูรณ์แข็งแรง

เราจึงได้รวบรวม สูตรการทำดินปลูก ทั้งหมด 10 สูตรด้วยกัน ตามความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิด

สูตรที่ 1 ดินปลูก สำหรับใช้กับแปลงผัก

สูตรนี้จะใช้ ผักตบชวา เป็นวัตถุดิบหลักในการทำ วิธีทำคือ ให้ใช้ทุกส่วนของผักตบชวาเลย ทั้ง ใบ ต้น ราก นำมาหั่นเป็นท่อน ๆ แล้วกองรวมกันทิ้งเอาไว้ 3 วัน เมื่อครบ 3 วันแล้ว ก็ให้นำน้ำปุ๋ยคอกมาราดให้ทั่วกองผัก

จากนั้นก็คลุมด้วยกระสอบอีก 7-10 วัน เพื่อให้ผักยุบตัวลง และเหี่ยวเป็นการสะสมธาตุอาหารให้สมบูรณ์ พอครบกำหนดก็นำไปผสมกับดินปลูก หรือจะนำไปใส่ให้ทั่วแปลงผักก็ได้

สูตรที่ 2 ดินร่วนซุย สำหรับพืชที่ชอบความอุดมสมบูรณ์

สูตรนี้จะใช้ เปลือกถั่วลิสง เป็นหลัก ให้นำเปลือกถั่วลิสงหมักกองไว้ 3 สัปดาห์ เพื่อให้เปลือกถั่วลิสงเปื่อยยุ่ย จากนั้นก็สามารถนำไปใช้ได้เลย โดยการเอาไปรองไว้ที่ข้างล่างหลุมที่จะปลูกต้นไม้ หรือจะนำไปผสมกับดินก่อนปลูกก็ได้ สูตรนี้จะช่วยให้ดินมีความร่วนซุยมากขึ้น และพืชจะได้รับสารอาหารที่อุดมสมบูรณ์

สูตรที่ 3 ดิน สำหรับใช้กับผักกินใบ

สูตรนี้เป็นการใช้ส่วนผสมจากข้าว โดยการใช้ละลอองข้าวที่เกิดจากการขัดสีข้าวเปลือก (เป็นส่วนที่มาจากเนื้ อเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว จมูกข้าวและรำ) ให้นำละอองข้าวมาแช่ไว้ในน้ำสัก 1-2 วัน จะได้เป็นน้ำหมักละอองข้าว เอาไปรดต้นไม้ได้เลย

สูตรนี้จะช่วยบำรุงให้ใบมีสีเขียวเข้ม ดูน่ารับประทาน รวมทั้งยอดและใบจะอวบสมบูรณ์ เหมาะสำหรับผักกินใบ

สูตรที่ 4 ดิน สำหรับปลูกพืชผักสวนครัว

น้ำซาวข้าว ที่ได้จากการล้างข้าว อย่าเพิ่งทิ้ง ให้เก็บไว้แล้วนำมารดน้ำต้นไม้ ให้รดลงไปบริเวณโคนต้นไม้ จะช่วยในเรื่องของการปรับสภาพดิน ทำให้ดินมีคุณภาพเหมาะสมกับการเพาะปลูกมากขึ้น และทำให้พืชผักสวนครัวเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

สูตรที่ 5 ดิน สำหรับไม้ดอก ไม้ประดับ ที่ต้องการให้มีดอกสีสดใส

สูตรนี้จะเป็นการ ใช้เปลือกกล้วย (สามารถใช้เปลือกกล้วยชนิดใดก็ได้) นำมาหั่นออกเป็นท่อน ๆ แล้วกระจายผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นก็นำเปลือกกล้วยที่ตากแดดเรียบร้อยแล้วนั้นมาผสมกับดินปลูก เหมาะสำหรับใช้ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น กุหลาบ จะช่วยให้ดอกกุหลาบมีสีสันที่สด สวยงาม

สูตรที่ 6 ดินสำหรับปลูกพืชในกระถาง

สูตรนี้จะใช้ใบไม้ของต้นต่าง ๆ มาทำปุ๋ย ให้ใช้ ใบกระถิน ใบขี้เหล็ก ใบจามจุรี ใบมะขาม ใบโสน และใบแค (ไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดก็ได้) ใบไม้เหล่านี้ที่ร่วงจากต้นแล้ว นำมาเก็บรวมกันแล้วทำการรดน้ำให้ชื้น

ปล่อยทิ้งไว้ 7-10 วัน เพื่อให้ใบไม้เปื่อยยุ่ย แล้วค่อยนำไปผสมกับดินปลูกที่จะปลูกในกระถาง หรือจะนำไปโรยรอบ ๆ ต้นไม้ก็ได้ นอกจากจะได้ดินปลูกคุณภาพดีแล้ว ยังเป็นการจัดการกับเศษใบไม้ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ดีจริง ๆ

สูตรที่ 7 ดินเป็นกรด สำหรับปลูกไม้ประดับที่มีสีสด

ใช้ใบไม้ที่มีความเป็นกรด อย่างเช่น ใบชมวง ใบชมพู่ ใบมะกอกไทย หรือใบขาม (จะใช้รวมกัน หรืออย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้) นำมากองรวมกันแล้วหมักทิ้งไว้ให้เปื่อยยุ่ย หรือใช้วิธีเก็บใส่ถุงดำแล้วปิดปากถุงทิ้งไว้ 7 วัน ก็ทำให้ใบไม้ เปื่อยยุ่ย ได้เช่นกัน

ซึ่งใบไม้พวกนี้จะมีความเป็นกรดจะช่วยให้ดินมีคุณภาพ เหมาะกับการปลูกพืชจำพวกไม้ประดับที่มีสีสันได้ดีมาก และยังช่วยให้ดอกมีสีเข้มสวยงามขึ้นอีกด้วย เช่น โกสน บอนสี

สูตรที่ 8 ดินสำหรับปลูก แคคตัส และ พืชอวบน้ำ

สำหรับใครที่ปลูกแคคตัส หรือพืชอวบน้ำ เช่น กุหลาบหิน โคมญี่ปุ่น พืชเหล่านี้จะต้องการดินที่สามารถอุ้มน้ำได้ดีพอสมควร ระบายน้ำได้ดี มีความร่วนและโปร่ง แต่ไม่ต้องการดินที่สมบูรณ์มากนัก

สูตรดินสำหรับพืชเหล่านี้ ให้ใช้ดินร่วนผึ่งแดด 7 วัน 2 ส่วน : ทรายหยาบ 3 ส่วน : ถ่านปุ่น 1 ส่วน : ใบก้ามปูแห้ง 1 ส่วน : ปูนขาวเล็กน้อย แล้วนำมาผสมกัน เพียงเท่านี้ก็จะได้ดินที่เหมาะสมกับพืชเหล่านี้แล้ว

สูตรที่ 9 ดินสารพัดประโยชน์ สำหรับปลูกต้นไม้ทั่ว ๆ ไป

สำหรับดินปลูกต้นไม้ทั่วไป เราก็มีสูตรนี้มาให้ โดยมีอัตราส่วนการผสมดังนี้ ดินร่วน 1 ส่วน : ใบใม้ผุ 1 ส่วน : ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน นำมาผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปปลูกต้นไม้ทั่ว ๆ ไป ใช้เป็นดินสารพัดประโยชน์ปลูกอะไรได้หมด

สูตรที่ 10 ดินปลูก สำหรับไม้ดอกลงกระถาง

สูตรนี้ให้ใช้ส่วนผสมและอัตราส่วนดังนี้ ปุ๋ยคอก 1 ส่วน : ดินร่วน 1 ส่วน : ดินใบก้ามปู 1 ส่วน : กาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน ให้นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็นำไปเป็นดินปลูก เน้นใช้กับการปลูกไม้ดอกในกระถาง จะช่วยให้ไม้ดอกสวย

ต้นไม้แต่ละชนิด ก็มีความต้องการที่ต่างกันไป ดังนั้นเราควรเลือกดินและส่วนผสมที่เหมาะกับต้นไม้ที่จะปลูกด้วย จะทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีที่สุด

แหล่งที่มา: bitcoretech

เรียบเรียงโดย item2day.com