10 เหตุผลที่บอกว่าทำไม เพื่อน เรียนมัธยมด้วยกัน ถึงดีที่สุด และคบกันได้ยาว

236

หลาย ๆ คนเคยมีความรู้สึกคิดถึง เพื่อน กันบ้างไหมคะ โดยเฉพาะเพื่อนสมัยมัธยม เพราะในช่วงมัธยมนั้นเป็นช่วงที่มิตรภาพเริ่มเบ่งบาน และการใช้ชีวิตของเราส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่กับเพื่อนในรั้วโรงเรียนเสียมากกว่าทำให้เกิดความผูกพันที่ยาวนานกว่า 6 ปี  วันนี้เรามาดู 10 เหตุผลกันว่าทำไมเพื่อนสมัยมัธยมถึงดีที่สุด

1.ไม่มีเปลือก

มีแต่ตัวตนจริงๆ ใครเป็นใคร..อย่างไร..เห็นกันหมดใครเรียนเก่ง ใครอ่อน ใครโง่ ฉลาด ขยัน ขี้เกียจ แม่กระทั่งพ่อแม่เป็นใคร มีสตางค์หรือไม่มี

รู้กันหมด ไม่ต้องมาทำฟอร์มใส่กัน

2.ไม่มีผลประโยชน์

เพื่อนสมัยมัธยม ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง คบกันได้เพราะ “มึงกับกู” เหมือน ๆ กัน ไม่ใช่เพราะจะพึ่งพาอะไรกันมากมาย

อย่างดีก็แค่ “ขอกูลอกการบ้านมึงหน่อย”

พอเอาไปส่งครู ตอบผิดด้วยกันทั้งคู่เลยก็มีบ่อยๆ เพราะไปลอกของมัน ดีมั๊ยดี ทำเองยังอาจจะถูกบ้างบางข้อ

3.รู้จักกันถึงพ่อ ถึงแม่ ถึงพี่น้อง บ้านช่อง รู้ใส้ รู้พุงพุงกันหมด

สนิทกับแบบไม่มีอะไรปิดกั้น สนิทกันขนาดเรียกชื่อเพื่อนเป็นชื่อพ่อมัน จนกระทั่งเรียนจบก็มี บางทีเรียกชื่อมัน(ซึ่งเป็นชื่อพ่อเพื่อน)

พ่อมันขานเราก็มี เพราะพ่อมันนึกว่าเรียกเขา ที่ดีคือ เพื่อนมันไม่เคยโกรธเลย

4.หัดจีบสาวพร้อม ๆ กัน

ด้วยลีลาที่นึกถึงทุกวันนี้ยังเกิดคำถามกับตัวเองว่า”กูทำไปได้ยังไง” แต่ก็เป็นการจีบแบบใส ๆ ซื่อ ๆ ทั้ง ๆที่รู้ว่า จีบไปก็เท่ๅนั้น

“เหมือนหมาเห็นปลากระป๋อง”ยังไงยังงั้น

เล่ากันเมื่อไหร่ ก็ฮากันเมื่อนั้น บางทีนึกดีใจด้วยซ้ำ ที่ไม่จีบเป็นจริงเป็นจังจนขอแต่งงาน เพราะมาเจออีกที

หลังเกษียณ แก่ไม่มีที่ติจริงๆ (จริง ๆ ก็แก่ทั้งคู่นั่นแหละ ระหว่างเรากับเขา)

5.ทำอะไรโง่ ๆ เหมือนกัน

วัยมัธยมเป็นวัยรอยต่อของความเป็นเด็ก กับวัยรุ่น ที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ จึงมีเรื่องโง่ๆให้ทำเยอะมาก ทุกคนในกลุ่มที่คบกัน จะมีเรื่องโง่ ๆ ให้ทำแตกต่างกัน

ออกไป จนไม่มีใครดูฉลาดกว่ากันในสายตาของผู้ใหญ่ เพราะคิดทำการแต่ละเรื่อง มีแต่เรื่องโง่ ๆ ทั้งนั้น มันเลยคบกันได้มายาวนานเพราะไม่ต้องมีใครอายใครนั่นเอง

6.กิน นอน เที่ยว ด้วยกัน

วัยมัธยม เป็นวัยที่ติดกันยังกับตังเม ไปไหนไปกันเป็นฝูง เกาะกลุ่มกันแน่น กินก็กินด้วยกัน ทั้งๆที่ไม่ค่อยจะมีอะไรให้กิน นอนก็นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นด้วยกัน

หลับได้เพราะเพลีย ที่ไปทำทะโมนมาทั้งวัน ความผูกพันมันจึงถูกหล่อหลอมจนเป็นเนื้อเดียวกัน วันละนิด ละหน่อย จนแยกกันไม่ออก

7.โดนครูดุ ด่า ทำโทษมาด้วยกัน

จนไม่เหลือยางอายอะไรให้อายอีกแล้ว ใหม่ๆอาจจะอายเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงเป้าหมายตา ที่อยู่ในห้องเดียวกัน

พอนานเข้า ทั้งเขาและเราก็ชินกันไปเองจนไม่มีใครอายใคร

8.มีอดีตและวีรกรรมร่วมกันมายาวนาน

เพื่อนที่คบกันมาจนสนิท แนบแน่น จะมีประวัติศาสต์หรือวีรกรรมที่ร่วมทำกันมามากมายหลายรสชาติ จนเล่ากี่ครั้งก็ไม่มีวันหมด ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมเยียน

สถาบันที่เคยเล่าเรียนกันมา ก็จะจดจำภาพได้ทุกภาพ ว่าอะไรอยู่ตรงไหน มะม่วงต้นไหนที่ใครเคยปีน ใครโดนครูทำโทษตรงไหน อย่างไร ฯลฯ จำได้หมด

ล้วนเป็นวีรกรรมแบบโง่ ๆ ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่

9.ขอเงินกันกินขนม แทนการขอยืม

ด้วยที่สมัยนั้น ทุกคนได้เงินมาโรงเรียนไม่มากมายอะไร แค่หลักสิบบาทเท่ๅนั้น จะต่างกันไปตามฐานะของแต่ละบ้านบ้าง แต่ก็ไม่กี่บาท

ความอดอยากปากแห้ง จึงมาเยือนชนิดไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ การขอเงินเพื่อนกินขนม หรืออเมริกันแಶร์ หรือให้เพื่อนเลี้ยง จึงเป็นเรื่องปกติ การ”ขอยืม”

เงินเพื่อนสมัยนั้นไม่ค่อยมีให้เห็น มีแต่”ขอเลย” หรือ “ขอลืม”เท่ๅนั้น

10.เรามาพบเจอกันในแต่ละครั้งหลังจากจบการศึกษา

เราได้เห็นวิวัฒนาการ และการเติบโต ของเพื่อนในกลุ่มแต่ละคน พร้อมกับได้รื้อฟื้นความหลัง ความทรงจำเก่า ที่เราร่วมทำกันมา

นัยหนึ่งก็เหมือนเป็นการลดอัตตาตัวตนของตนเองไปในเวลาเดียวกันว่า

“ไม่ว่าวันนี้..ทุกคนจะมาไกลแค่ไหน แต่เราก็มีจุดเริ่มต้นที่ไม่ต่างกันคือ ความเป็นเพื่อนที่ไม่มีกีดขวางระหว่าง”มึงกับกู”ไปได้เท่ๅนั้นเอง”

 

แหล่งที่มา : share-si.com