ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย อยู่บ้านเช่า นั่งรถเมล์ แต่บริจาคเงินไปมากถึง 12,000 ล้าน

179

เขาคือชายธรรมดาคนหนึ่งเขา ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย อยู่บ้านเช่า นั่งรถเมล์ ที่มีความพิเศษซ่อนอยู่ ถึงขนาดทำให้มหาเศรษฐีระดับต้น ๆ ของโลกต้องยกย่อง และนับถือเขาเป็นแบบอย่างได้เลย หลายคนอาจจะสงสัยว่าชายชรา คนนี้เป็นใครกัน

เขาเป็นเพียงผู้สูงอายุคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่ ไม่ได้มีรถหรู ไม่มีนาฬิกาเรือนเป็นล้าน เขาไม่ได้มีเสื้อผ้าแบรนด์เนมสวมใส่ มีแต่แว่นตาอันเก่าที่ดูใกล้จะพัง กับนาฬิกาธรรมดาที่หาซื้อได้ทั่วไป เขาในวัย 76 ปี

ที่เช่าบ้านอยู่ในตัวเมืองซานฟรานซิสโกกับภรรยาของเขา อาหารที่เขาชอบกลับเป็นเพียงแซนวิสชีสย่างมะเขือเทศ ที่หากินได้ในราคาถูก ไม่ชอบทานอาหารหรูๆ ราคาแพง กระเป๋าก็ยังเป็นเพียงกระเป๋าผ้าราคาถูก ๆ

และหากคุณต้องไปดื่มกับเขา เขาจะต้องตรวจสอบบิลอย่างละเอียด จากที่ฟัง ๆ มา คุณคงคิดว่าชายผู้นี้ดูเป็นคนที่  ยากจน แล้วยังขี้เหนียวอีกต่างหาก คุณคงนึกไม่ถึงหรอกว่าชายที่ยากจน และขี้เหนียวคนนี้ เขาเคยทำอะไรมาบ้างในชีวิตของเขา

ก่อนหน้านี้ที่เขาจะมาถึงในวัย 76 ปี เขาเคยบริจาคเงิน 588 ล้านเหรียญ ( ประมาณ 18,000 ล้านบาท ) ให้กับมหาวิทยาลัยคอเนล ยังไม่พอ

เขายังบริจาคให้กับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เป็นจำนวนเงิน 125 ล้านเหรียญ ( ประมาณ 4 พันล้านบาท ) และ ยังบริจาคให้กับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ต จำนวน 60 ล้านเหรียญ ( ประมาณ 2 พันล้านบาท )

นอกจากนี้เขายังได้ทำการปรับปรุงมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง กับอีก 2 แห่ง ในไอร์แลนด์เหนือ เป็นเงินกว่า สามหมื่นล้านบาทและเขายังได้ช่วยเหลือสังคมโดยการตั้งกองทุนการกุศล สำหรับการช่วยเหลือเด็กที่ปากแหว่งในประเทศที่กำลังพัฒนาให้ได้รับการรักษาพยาบาลฟรี อีกด้วย

ชายผู้นี้มีนามว่า Chuck Feeney ผู้ก่อตั้งกองทุน DFS เขาคือเศรษฐีที่มีจิตใจเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์เป็นอย่างมาก และเขาก็ได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า เขาจะต้องบริจาคเงินที่เหลือให้หมด ก่อนปี 2016 เพื่อที่เขาจะสามารถจากโลกนี้ไปได้อย่างมีความสุข

เขาไม่อยากต้องมากังวลถึงกับเงินที่เหลืออยู่ เขาจึงรีบใช้มันไปกับการบริจากให้กับคนที่ขาด และ ต้องการมากจริงๆ เงินที่เขาบริจากไปนั้น ตอนนี้ก็กำลังไหลไปสู่ทั่วโลกเป็นจำนวนถึง 12,000 ล้านบาทต่อปี เลยทีเดียว

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสัมภาษณ์เขาถึงบ้าน ด้วยความสงสัยว่า “คุณมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ทำไมกลับใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ใช้เงินสำหรับชีวิตหรูหรา”

Chuck Feeney ได้บอกเล่าเรื่องราวกับนักข่าวว่า ” มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง มันเห็นไร่องุ่นที่เต็มไปด้วยผลไม้แสนอร่อย มันต้องการที่จะเข้าไปกินผลไม้ในไร่นั้น แต่ตอนนี้ตัวมันอ้วนมากจนไม่สามารถที่จะรอดผ่านรั้วเข้าไปได้ เจ้าสุนัขจิ้งจอกตัวนี้จึงใช้ความพยายามในการอดอาหารถึง 3 วัน

เพื่อที่จะให้มันผอมลง และก็สามารถรอดรั้วเข้าไปได้ในที่สุด แต่เมื่อมันกินจนอิ่มแล้ว ทำให้ท้องของมันใหญ่กลับมาเท่าเดิม และกลับออกไปไม่ได้ สุดท้ายมันจำเป็นต้องอดอาหารอีก 3 วัน

เพื่อให้ผอมลงและสามารถรอดกลับออกมาข้างนอกได้อีกครั้ง และ มันก็ได้เรียนรู้ว่า สุดท้ายแล้ว องุ่นที่ดูแสนอร่อยล่อตาล่อใจมัน เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จบแค่อิ่มเหมือนกับการกินอย่างอื่น เมื่ออิ่มแล้วก็รอย่อย เมื่ออาหารย่อยแล้วหิว ก็ได้เวลไปหากินใหม่ มันไม่ได้มีองุ่นวิเศษใดๆ ที่กินแล้วจะอิ่มไปตลอด หรือ ทำให้มีความสุขได้ตลอดไป

คนเราก็เหมือนกันจะต้องการอะไรมากไปกว่า กินอิ่ม นอนหลับ สุขภาพแข็งแรง และ ได้ใช้เวลาไปกับคนที่เรารัก ชีวิตมันก็แค่นั้น นอกเหนือจากนั้นมันก็แค่สิ่งปรุงแต่ง “

สื่อได้ถามถึงเหตุผลที่เขาบริจาคเงินจำนวนมากมายมหาศาลให้กับการกุศล การศึกษา รวมถึงความช่วยเหลือต่างๆที่เขาได้มอบให้กับคนอื่นว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น

เขาได้เล่าเรื่อวราวที่ให้แง่คิดกับทุกคน พร้อมกับกล่าวว่า ” อยู่บนสวรรค์ไม่มีธนาคาร ทุกคนเกิดมาตัวเปล่า และจากไปตัวเปล่า ไม่มีใครเอาอะไรไปได้ ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่ง หรือแม้แต่ชื่อเสียงเงินทองมากมายที่มีอยู่

ผมจึงไม่อยากยึดติดความคิด จิตใจ ของผมกับสิ่งเหล่านี้ที่เหลืออยู่ก่อนผมจะจากไป ผมจะใช้มั้นไปให้หมด บริจากให้กับผู้ที่ต้องการใช้มันจริงๆ เพราะ อยู่บนสวรรค์ไม่มีธนาคารให้ถอนเงิน “

 

แหล่งที่มา : bitcoretech.com