ศาลตัดสินแล้ว คดีหนุ่มร้องทุกข์ เรื่องโดนแบงค์ฟ้อง ทำให้เป็นหนี้ 5 แสน ทั้งที่ไม่เคยกู้

    1053

    วันนี้เราจะมาติดตามเรื่องราวจากจากกรณีที่ นายชัชวาล วจีเสนาะธรรม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 หมู่ 3 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่า…

    ตนกับครอบครัวกำลังทุกข์ใจและเดือดร้อนอย่างมาก หลังมีพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งมาแจ้งถึงที่บ้าน ว่าตนเองเป็นหนี้เงินกู้ธนาคารจำนวน 5 แสนบาท ทั้งที่ไม่เคยยื่นกู้มาก่อน แถมงงหนักเข้าไปอีก เมื่อพบว่าคนค้ำประกันให้ คือ ผู้จัดการธนาคารสาขาดังกล่าวในขณะนั้น ซึ่งตนไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักแต่อย่างใด

    ล่าสุด ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ ได้โพสต์ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “จำได้ไหม คดีที่เคยมีเด็กหนุ่มรับจ้างรายได้วันละ 200-300 บาท ร้องเรียนว่าตกเป็นหนี้ธนาคาร 5 แสนบาททั้งที่ไม่เคยกู้

    จู่ ๆ ธนาคารก็มาเรียกเก็บเงิน แล้วอาจจะดำเนินคดีเขาข้อหาปลอมแปลงเอกสารด้วย เพราะหลักฐานการกู้ไประบุว่าเด็กหนุ่มเป็นเจ้าของกิจการ ทั้งที่ไม่จริง

    นิด้าพาไปร้องถึงธนาคาร ขอให้ช่วยเหลือยกเลิกเพิกถอนหนี้ก้อนนี้ เพราะนิติกรรมนี้ไม่เคยเกิดขึ้น กับขอให้ดำเนินการแก้ไขเรื่องเครดิตบูโรให้ด้วย ธนาคารปฏิเสธไม่ช่วยเหลือใด ๆ ให้ไปดำเนินคดีกันเอง แล้วยังกล่าวหาทำนองว่าเด็กนี่อาจได้รับเงินค่าจ้างถึงมาทำเรื่องแบบนี้ก็ได้ คดีนี้ฟ้องเอง ในชั้นไต่สวน คดีมีมูล ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณา

    ในชั้นพิจารณาคดี ทนายได้เสนอเงื่อนไขเพิ่มเติมให้แก่ฝ่ายจำเลย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ด้วย กับปิดยอดหนี้ที่เป็นชื่อของโจทก์ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวซะ

    แลกกับการถอนฟ้องคดี จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นจำนวน 50,000 บาท กับปิดหนี้ธนาคารให้ครบทุกบาททุกสตางค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (แต่ไม่ได้ถอนฟ้องให้เนื่องจากมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขอีกเล็กน้อย)

    มาวันนี้ศาลได้โปรดเมตตาประสาทความยุติธรรมให้แก่โจทก์ โดยมีคำพิพากษาจำคุпจำเลยทั้งสองคน คนละ 2 ปี ข้อหาฉ้อโกง แต่จำเลยรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือคนละ 1 ปี โทษจำคุпให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ปรับอีกคนละ 5 พันบาท

    1 ใน 2 ผู้ต้องหาของคดีนี้เป็นอดีตผู้จัดการธนาคาร ที่มีข้อมูลว่าธนาคารก็ไล่ออกก่อนที่เราจะพาเด็กหนุ่มเข้าไปหาผู้ใหญ่ที่ธนาคารเสียด้วยซ้ำ ก็แปลว่าธนาคารก็รู้ถึงการทุจริต และควรจะรู้ว่าเด็กหนุ่มเป็นผู้เสียหายจริง

    ทนายเคยถามว่า ท่านก็รู้ ท่านก็มีศักยภาพที่จะช่วยเหลือ และนิติกรรมนี้เป็นโมฆะ ทำไมไม่ช่วยเหลือ ทำไมต้องให้เด็กค่าแรง 2-3 ร้อยไปดำเนินคดีเอง … ไม่มีคำตอบ

    วันนี้คดีเสร็จแล้ว เด็กก็ปลอดหนี้แล้ว ทั้งที่จริง ๆ จะไม่ปลอดก็ได้ เพราะอย่างไรเสีย ผลคดีนี้เป็นยันต์กันผีได้ แค่กอดคำพิพากษานี้ไว้ ต่อให้ยังมีชื่อเป็นหนี้ก็ไม่มีหน้าที่ต้องใช้ตังค์ใคร ค่อยให้ธนาคารไปว่ากล่าวกับคนโกงเป็นอีกคดีเอาเอง

    แต่ไหน ๆ มันก็อยู่ในวิสัยที่พอช่วยเหลือต่อรองได้ ก็ถือว่าทนายนิด้ามีน้ำใจ ว่าความเรียกหนี้คืนให้ธนาคารให้เสร็จ ๆ ไป …. เอาบุญ”

    แหล่งที่มา: เฟซบุ๊ก ทนายนิด้า / ให้ความรู้

    เรียบเรียงโดย item2day.com