โชคใหญ่หล่นทับ ช่างทำโลงชาวอินเดีย อุกกาบาต 50 ล้าน ตกทะลุหลังคาบ้าน

    1670

    โชคใหญ่ หล่นทับ พลิกชะตาชีวิตของช่างทำโลงเป็นมหาเศรษฐีในชั่วพริบตา หลังจากที่อุกกาบาตจากอวกาศ มูลค่า กว่า 50 ล้านบาท ตกทะลุหลังคาบ้าน

    นายโจชัว ฮูตากาลุง อายุ 33 ปี กำลังทำโลง ถัดจากบ้านของตัวเอง ตอนที่อุกกาบาตตกทะลุหลังคาสังกะสีเป็นรูโบ๋ และทะลุลงพื้นดินที่อยู่นอกบ้านลึก 15 เซนติเมตร จึงขุดขึ้นมาพบว่า อุกกาบาตยังอุ่นบางส่วนแตกหักเมื่อเจ้าตัวลองเอามือจับและนำเข้าไปในบ้าน

    นางโจชัวกล่าวว่า เสียงดังมากจนบางส่วนของบ้านสั่นสะเทือนด้วย เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างประสบเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน และแห่มาเยือนบ้านตนเพื่อส่องวัตถุหายากด้วยความสงสัย

    อุกกาบาตดังกล่าวเป็นหินขนาดลูกฟุตบอล น้ำหนัก 2.1 กิโลกรัม เนื้อในเป็นสีเทาเข้มและดำและเต็มไปด้วยจุดสีอ่อนขนาดเล็ก แต่น่าตกใจสุดๆ ที่อุกกาบาตหินก้อนนี้คือ คอนไดรท์ (Chondrite) คาร์บอเนต CM1/2 (CM1/2 carbonaceous Chondrite ) ซึ่งเป็นชนิดหายากยิ่ง อายุเก่าแก่ราว 4.5 ล้านปี

    ราคากรัมละ 857 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 29,000 บาท) ดังนั้น น้ำหนัก 2.1 กิโลกรัม ราคาจึงเท่ากับราว 1.85 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 55 ล้านบาท) เทียบเท่าเงินเดือน 30 ปี ของนายโจชัวเลยทีเดียว

    นายโจชัวเผยจะใช้เงินส่วนหนึ่งสร้างโบสถ์ในชุมชน อีกทั้ง เจ้าตัวมีแต่ลูกชาย 3 คน จึงอยากลูกสาวมาตลอด หวังว่านี่เป็นสัญญาณที่จะให้ผมมีโชคเพียงพอมีลูกคนต่อไปเป็นผู้หญิง

    นายจาเร็ด คอลลินส์ ผู้เชี่ยวชาญอุกกาบาตจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีบ้านอยู่ในเกาะบาหลี ต้องเดินทางไปหานายโจชัว เพื่อครอบครองคอนไดร์ทก้อนนี้ให้ได้

    “ผมได้รับข้อเสนอสุดพิเศษให้ผมกระโดดขึ้นเครื่องบินไปซื้อหินอุกกาบาต ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ผมตัดสินใจสองทาง ระหว่างซื้ออุกกาบาตให้ตัวเอง

    หรือขๅยต่อให้นักวิทยาศาสตร์และนักสะสมอุกกาบาตในสหรัฐที่สนใจดี ผมรวบรวมเงินมากที่สุดเท่าที่ทำได้และบินหาโจชัว ผู้กลายเป็นนักเจรจาหลักแหลม” นายคอลลินส์กล่าว

    ก่อนหน้านี้ นายคอลลินส์จัดส่งคอนไดรท์ให้ผู้สั่งซื้อคือ ดร.เจย์ เพียเท็ก หมอและนักสะสมอุกกาบาต ที่อาศัยอยู่ในอินเดียแนโพลิส รัฐอินดีแอนา และบริจาคให้ศูนย์อุกกาบาตศึกษา มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา

    เก็บรักษาในไนโตรเจนเหลว หลังพบชิ้นส่วนคอนไดรท์ 3 ชิ้น ในอินโดนีเซีย เมื่อเดือนสิงหาคม และชิ้นหนึ่งตกในนาข้าวห่างจากบ้านของนายโจชัวไม่ถึง 3 กิโลเมตร

    แหล่งที่มา : siamnews.com

    เรียบเรียงโดย : item2day.com