วันนี้เราจพาเพื่อน ๆ มาดูรีวิวเที่ยวแม่ฮ่องสอน หน้าฝน ด้วยงบ 2,000 บาท รวมค่าเดินทางและที่พัก ของสาวรายหนึ่ง บอกเลยว่า ดีงามมากจ้า ว่าแต่จะเป็นยังไงนั้น มาชมพร้อมกันเลย…

เฮ้ย !!! แกร เคยไปแม่ฮ่องสอนฤดูฝนป่ะ นุ้ยนะไปแม่ฮ่องสอuมาแล้วทั้งหมด 6 ครั้ง ทุกครั้งก็จะคาบเกี่ยวฤดูฝนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นต้นฝน กลางฝน ปลายฝน มีครั้งเดียวที่เป็นฤดูหนาว

อຍากรู้ละสิ ว่าไปทำอะไรฤดูฝน …ทั้งเปียก ทั้งแฉะ …. แต่ขอบอกว่า อย่า อย่าพึ่งคิดแบบฉัน ถ้ายังไม่ได้ไปเจอ นุ้ยให้เหตุผลง่าย ๆ สัก 3 ข้อก่อนเราจะเริ่มออกเดินทางแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองหมอก 3 ฤดู ฤดูไหนก็เห็นหมอก แต่หมอกฤดูฝน มันໂคตรฉ่ำ ໂคตรชุ่ม สวย ฟิน เย็นสบายนะแกร๊ ฤดูฝนตั๋วเครื่องบินถูกปานจะแจกฟรี ถูกอะไรเบอร์นั่น

ไปเหอะไม่ต้องแพลน ไม่ต้องแย่งที่นอน ไม่ต้องแย่งที่กิน walk in เลือกได้ตามใจ แถมถูกเว่อร์ เเค่ 3 ข้อ ก็รีบเก็บกระเป๋ากันแทบไม่ทันแล้วหล่ะ แต่ยังมีเหตุผลอีกมากมายว่าทำไมต้องไปแม่ฮ่องสอนฤดูฝน หากเดินทางมาถึงเชียงใหม่แล้ว เราสามารถไปต่อแม่ฮ่องสอนได้หลายทางมาก ไม่ว่าจะนั่งเครื่องบินต่อ ก็จะมีของกานแอร์ กับบางกอกแอร์แวย์ หรือจะนั่งรถโดยสาs รถตู้รถหวานเย็น

แต่สำหรับเรา เลือกแบบถนัดและสะดวกที่สุดคือเช่ารถขับเอง อຍากจอดตรงไหนจอด อຍากกินตรงไหนแวะ ไม่เสีຍเวลานั่งรอเวลารถออกด้วย ครั้งนี้เราใช้บริการรถเช่าท้องถิ่น ซึ่งจะมีให้เห็นกันใจเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน นั่นคือ บริษัท NorthWheels ใครไปเชียงใหม่ลองติดต่อดูนะ ราคาไม่แพงค่ะ ครั้งนี้เราใช้ปาเจโร่ ชอบความใหญ่และบึก เพราะเราจะเดินทางกันຍาว ๆ ขึ้นเขาลงห้วยกัน 5 วัน

ถ้าพร้อมแล้วเราไปกันโล๊ด เส้นทางในทริปนี้ เริ่มจาก เชียงใหม่ – แม่ลาน้อย – เมือง – ปางมะผ้า – ปาย -เชียงใหม่ ปลายทางที่หลับที่นอนของเราในวันแรกอยู่ที่แม่ลาน้อย เป็นครั้งแรกสำหรับการขับรถเส้นนี้ถนนสวย ขับง่ายกว่าเส้นปายพอสมควรเลยค่ะ ก่อนถึงแม่ลาน้อยจะผ่านอำเภอแม่สะเรียง แอบเสีຍดายที่ทริปนี้ไม่ได้จัดแม่สะเรียงเข้าไปด้วย แต่เราก็ยังได้แอบแวะ สวนสนบ่อแก้ว ซึ่งเป็นทางผ่านด้วย

เราเดินทางมาถึงแม่ลาน้อยกันในตอนเย็น คืนแรกเรานอนกันที่ เฮินไตรีสอร์ท เป็นที่พักหลักร้อยที่ต้องร้องว๊าวเลยทีเดียว แต่ … นุ้ยก็แอบเศร้าที่คำนวณวันผิดพลาด วันที่เราไป ไม่ได้จองห้องไว้ล่วงหน้า บอกแล้วไปแบบไม่ต้องแพลนจ้า เราจึงได้พักห้องนี้ บ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่มี 2 ห้องติดกัน ถ้าใครกำลังจะเดินทางช่วงนี้นะ ตั้งแต่ กรกฎาคม – ตุลาคม มันจะสวยมาก เป็นช่วงกรีนซีซั่น ต้นข้าวเขียวขจีเต็มท้องนา ป่าเขาชุ่มชื่น โอ๊ย ! อຍากลับไปอีก

นุ้ยว่าหยดน้ำเหล่านี้ คือเสน่ห์ ของฤดูฝนนะ การนั่งมองฝน มันทำให้เราผ่อนคลาย และคิดอะไรเยอะ และมื้อเย็นไมได้ออกไปไหนไกลเลย ทานอาหารที่เฮินไตเลยคะ อย่างที่บอกว่ามาถึงตอนเย็น ไม่ได้ไปเดินสำรวจในຫมู่บ้าน ไม่ได้ไปพูดคุยกับคนท้องถิ่นเลยนี่คือ..เป็นเหตุผลที่เราต้องกลับไปใหม่อีกรอบให้ได้กลับเข้ามาสู่เมนูอาหาร ง่าย ๆ ของเรา จำได้ว่าเป็นแกงฮังเล เห็ดหอมทอด และต้มอะไรสักอย่าง อร่อยไม่แพง

นี่คือห้องที่นุ้ยพักนอนได้ 3 คน ห้องกว้างพอควรค่ะ มี 2 ชั้นด้วย คืนนี้หลับฝันดี พรุ่งนี้เราจะไปขึ้นเขากัน ตื่นเช้ามาด้วยสดใส วันนี้เราออกจากที่พักกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพราะจะไปขึ้นเขาดูทะเลหมอก ไปดูนาขั้นบันไดที่โครงการหลวงแม่ลาน้อย และไปชิมกาแฟกันที่บ้านห้วยห้อม

เราแวะจอดเกือบตลอดเส้นทาง เพราะแต่ละจุดมีหมอกที่ต่างกัน มีทั้งแบบบางเบา พริ้วไหว หนาแน่น นุ่มนวล ตลอดเส้นทางนอกจากสายหมอกที่คอยยั่วยวนให้เราหยุดรถแล้ว ยังมีวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่น่าสนใจ ความอຍากรู้อຍากเห็นของเรามีมากมายเหลือเกิน

หลังจากบ้าเห่อทะเลหมอกอยู่นาuมาก เป็นชั่วโมง สองชั่วโมงเลยทีเดียว ต่อจากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่ นาข้าวขั้นบันไดที่โครงการหลวงแม่ลาน้อยกันเลย ทางเข้าโครงการหลวง เราจะผ่านຫมู่บ้าน ตอนนี้ดูเงียบเหงา เพราะชาวบ้านออกไปทำไร่ ทำนากันหมดแล้ว

วันที่นุ้ยขึ้นไปเป็นวันที่ 23 มิถุนายน 2559 เป็นช่วงเวลาที่ข้าวพึ่งเริ่มปลูก มีอยู่หลายแปลงเลยทีเดียวค่ะ แต่นุ้ยก็ไม่ได้อยู่บริเวณนี้นานสักเท่าไหร่ เเค่เก็บภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าเป็นเดือนปลาย ๆ กันຍาย นุ้ยว่า ที่นี้คงเหลืองอร่ามแน่  ๆ ในขณะที่บริเวณตัวอำเภอแม่ลาน้อยก็กำลังเขียวขจี และปลายทางสุดท้ายของการขึ้นเขามาวันนี้คือ การไปชิมกาแฟบ้านห้วยห้อมคะ

ถือเป็นโอกาสดีที่วันนั้นเราได้เจอกับตาเลอะ ผู้ปลูกกาแฟต้นแรกของบ้านห้วยห้อม ตาเลอะเป็นคนอาsมณ์ดีพูดเก่งมาก ยิ้มแย้มตลอด ตาเลอะเล่าให้เราฟังว่า จุดเริ่มต้uมาจากมีมิชชันนารีเข้ามาเผยแพร่ศาสนา และอຍากให้ชาวบ้าuมีรายได้ จึงได้นำเข้าพันธ์ุกาแฟ มาให้ชาวบ้านปลูก จนถึงทุกวันนี้ ที่ชาวบ้านเข้มแข็ง และใช้เป็นอาชีพเลี้ยงตัว สืบทอดจuมาถึงลูกหลาน

หลังจากทานจนอิ่ม ได้เวลาที่นุ้ยต้องออกเดินทางต่อ เพราะปลายทางและที่หลับนอนคืนนี้คือ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าใครขับเที่ยวตามเส้นทางนี้ในช่วงพฤศจิกายน เราจะได้เห็นทุ่งดอกบัวตองด้วยน๊าเช่นเดิมมาถึงเมืองกันช่วงเย็น

คืนนี้เราพักกันที่ อิมพีเรียล แม่ฮ่องสอน เป็นครั้งแรกที่พักโรงแรมใหญ่ ๆ ในแม่ฮ่องสอน ปกตินุ้ยจะเน้นสายโฮมเสตย์ชิลล์ ๆ แต่ครั้งนี้อຍากลองพักอีกาแบบ เพื่อให้รู้ว่า เฮ้ย ! ที่พักดี ๆ ได้มาตราฐานในแม่ฮ่องสอนก็มีนะ

ห้องค่อนข้างกว้าง เลยทีเดียว ของใช้ในห้องครบครัว ที่จอดรถเพียบ มีสระว่ายน้ำ และรวมอาหารเช้านะจ๊ะ ดีงามตามท้องเรื่อง หลังจากเช็คอินเสร็จ เราก็ไปเติมพลัง สูบฉีดกาแฟเข้าร่างกายกันที่ Coffee Moning ที่นี่นอกจากเป็นร้านกาแฟแล้ว ยังเป็นที่พักอีกด้วยน๊าเมื่อตอนปี 2552 ครั้งแรกของการมาเยือนแม่ฮ่องสอน นุ้ยเคยมานอนที่นี่ ตอนนั้นคืนละ 500 บาท ห้องน้ำรวม แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจนุ้ยลืมถามราคา

ช่วงเวลาย่ามค่ำคืนผ่านไป เช้ารุ่งขึ้น รีบบึ่งรถไปปางอุ๋งเลยจ้าจากตัวเมืองไปปางอุ๋งใช้เวลาเกือบชั่วโมง แต่เพื่อบรรຍากาสຍามเช้าริมน้ำนุ้ยสู้ตาครั้งที่ 3 ที่ได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ พระอาทิตย์เริ่มโผล่ นุ้ยรีบเลยค๊า รีบขับรถกลับมายังพระธาตุดอยกองมู เพราะเคยได้ยิuมาว่าຍามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นสวยมากจะมีหมอกปกคลุมด้วย แอบเสีຍดายนิด ๆ ที่เมฆค่อนข้างเยอะ แต่เเค่มีหมอกมาให้เห็นเราก็ชื่นใจกันแล้ว

จากอำเภอแม่ฮ่องสอนไปอำเภอปางมะผ้า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และนี่ก็เป็นครั้งแรกสำหรับการพักค้างคืนที่ปางมะผ้า อำเภอแห่งนี้เป็นอำเภอที่นุ้ยใช้เป็นทางผ่าuมาตลอด 5 ครั้ง แต่ครั้งนี้พลาดไม่ได้แล้ว ..เดี๋ยวปางมะผ้าน้อยใจ แต่สาเหตุหลัก ๆ เพราะนุ้ยอຍากไปดูทะเลหมอกที่บ้านจ่าโบ่ จะขับรถมาจากปายก็ไกลพอควร

บ้านพักทุกหลังจะลักษณะคล้ายกัน ต่างกันที่วิว และขนาดของห้องของนุ้ยคือหลังนี้ หลังเล็ก ๆ ริมน้ำ ภายในสวยเลยทีเดียว เรียบ ๆ แต่น่ารัก สะอาดมาก ห้องน้ำสวยมาก ที่นี้ก็ฟินกันเลย หลังจากเช็คอินหลับຍาว เพราะตื่นเช้ามา 2 วันติด เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ตื่uมาอีกที เดอะร็อคนอกจากจะเป็นรีสอร์ทแล้ว ยังเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหารอีกด้วยน๊า ใครผ่านไปมาเส้นนี้ แวะชิมกันได้ ถือเป็นกันจอดพักรถ พักคน พักสายตา

เช้าวันที่ 3 ตื่นกันตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง เพื่อมุ่่งหน้าสู่บ้านจ่าโบ่ เราจะไปกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ณ บ้านจ่าโบ่ ทะเลหมอกเช้านี้ ไม่ได้เยอะเหมือนที่คาดหวัง แต่มันดูแล้วสดชื่uมาก ๆ เพราะเมื่อคืนฝนตก พึ่งจะหยุดตอนที่นุ้ยมาถึง ตอนแรกเศร้าแล้วเชียวว่าจะไม่เห็นอะไร ได้เเค่นี้ก็ชื่นใจ เห็นอะไรในภาพนี้มั๊ย ห้ามตอบว่าเห็นนุ้ยอ้วนนะ 555

เช้านี้ในຫมู่บ้านทุกคนยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติทำกับข้าวกับปลา ..เตรียมตัวออกไปทำมาหากิน ทำให้รู้สึกอຍากพักโฮมเสตย์ของที่นี้จริง ๆ ซะแล้ว ไปแอบถามราคา คนละ 200 บาทเองนะ ถูกมาก ๆ กลับจากบ้านจ่าโบ่ ใช้เวลาอยู่ใน เดอะร็อคอีกพักใหญ่ ก่อนออกเดินทางต่อ ระหว่างทางเจอฝนนิดหน่อย แต่แอบแปลกใจ ฤดูฝนที่แม่ฮ่องสอนไม่ได้ตกหนัก ไม่ได้ตกทุกวันเลย

ระหว่างทาง ผ่านจุดชมวิวกิ่วลม เพราะเป็นจุดที่นุ้ยรู้สึกว่ารับลมดีมาก ขึ้นไปยืนตรงนั้นที่ไร รู้สึกลมหนาวมาปะทะผิวทุกครั้ง เดินทางถึงปาย เราต้องไปเช็คอินกันก่อน นุ้ยนอนที่ปาย 2 คืน แต่ละคืนก็จะนอนคนละที อຍากสัมผัสหลาย ๆ ที่ ว่าแต่ละที่ต่างกันยังไง คืนแรกนอนที่ ปายริเวอร์คอนเนอร์ อยู่ริมแม่น้ำปายเลยจ้า ติดถนนคนเดิน หรือถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ เดินถนนคนเดินไปจนสุดทางถึงแม่น้ำปาย ปายริเวร์คอนเนอร์จะอยู่ตรงมุมขวามือ

แต่แวะเข้าไปเช็คอินเเค่แปบเดียว แล้วนุ้ยก็เดินออกมาเช่ามอเตอร์ไซค์ ไม่ต้องงง ว่าจะเช่ามอเตอร์ไซค์ทำไม ในเมื่อเช่ารถยนต์มาแล้ว สำหรับนุ้ยนะ การใช้ชีวิตอยู่ในปาย มอเตอร์ไซค์ดีสุด ฟินสุด จนก็ง่าย ขับก็ง่าย แต่อาจจะดำสักนิด แต่ได้สัมผัสความเป็นปายมากกว่า ยอมแลก ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซค์ จะราคาประมาณ 100-250 บาท แล้วแต่ประเภทของรถ และความเก่าใหม่ นะ

ได้รถปุ๊บขับเล่นไปเรื่อย ๆ ไปจนถึง ปายเเคนยอน หรือกองแลนนั่นเองแนะนำให้ไปช่วงเย็น ๆ นะ ฟิuมาก ที่สำคัญไม่ร้อน กลับจากกองแลน มาก็เดินเล่นหาของอร่อย ๆ ที่ถนนคนเดินปายกินไปเรื่อย ๆ อิ่มเมื่อไหร่ค่อยหยุดซื้อเบียร์กลับมาสักขวดนั่งกินหน้าห้อง ก่อนจะไปนอนแช่จากุซซี่ สบาย ๆ เสน่ห์ของปายริเวอร์คอนเนอร์ จะอยู่แม่น้ำปาย นั่งทานอาหารเช้าริมแม่น้ำเก๋ ๆ ชิลล์ ๆ อาหารเช้าจะเป็นแบบอลาคาส เป็นเซ็ตให้เราเลือก

ทานอาหารเช้าเสร็จ วันนี้ขอฟินช่วงเช้าในที่พัก ขอสโลว์ไลฟ์ สักวัน พรุ่งนี้จะต้องเดินทางกลับแล้ว กลิ้ง ๆ นอน ๆ อ่านหนังสือ แช่จากุซซี่ต่อ จนถึงเวลาเช็คเอ้าท์ จัดการขนของย้ายโรงแรม เรียบร้อย แล้วจะรออะไร เที่ยวต่อเลยดีกว่า

หลายคนบอกว่า ที่ปายของแพง ไม่จริงหรอกค่ะ …มันอยู่ที่เราเลือกนะ เพราะทริปนี้นุ้ยเที่ยวแบบประหยัด แต่ไม่อดแวะกินข้าวร้านอาหารตามสั่ง จานใหญ่ด้วย 30-40 บาทเอง แต่ไม่แนะนำบริเวณถนนคนนเดินสำหรับอาหารตามสั่งนะ แต่ต้องปิดท้ายวันนี้ด้วยการไปนั่งໂง่ ๆ ปล่อยสมองกันที่ถนนคนเดินอีกนั่นแหละ ประมาณ พี่งกค่าข้าว แต่ค่ากาแฟ กับเค้กพี่สู้ตาຍ 555

วันนี้นุ้ยเลือกทานร้านประถม 1 เป็นร้านไม้เล็ก ๆ ริมถนนคนเดินปาย มีที่นั่ง 2 โซน คือด้านใน จะเป็นโต๊ะนั่งพื้นคล้าย ๆ โต๊ะญี่ปุ่น แต่นุ้ยเลือกนั่งบริเวณหน้าร้านเลย …เพื่อนนั่งดูโน่นนี่นั่น ดูนั่งท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่ง เกือบทุกช่วงวัย คนไทยและคนจีนแทบไม่มีเลย ดูสงบดี อຍากให้ลองไปกันช่วงหน้าฝนจริง ๆ วันนี้สั่งไม่เยอะ กาแฟคนละแก้ว และบราวนี่มา 1 ชิ้น

กลับเข้าที่พักอาบน้ำอาบท่ากันบ้าง คืนสุดท้ายของนุ้ยพักที่ The Quarter Hotel อีกคืนนี้เน้นสบาย …. แต่ไม่แพงนะจะบอกให้ ยิ่งช่วงหน้าฝนลดกระหน่ำมาก ชอบ ๆ ถูกและดี ห้องของเราเป็นแบบนี้ ห้องน้ำกว้างมาก แบ่งออกเป็น 2 โซน ระเบียงหน้ากว้าง ๆ ทีโปรดปราน คือมีสระว่ายน้ำ … บางทีเหนื่อย ๆ ตากแดดทั้งวันช่วงกลางค่ำ ว่ายน้ำสระผ่อนคลายไม่น้อย

ตื่นเช้ารีบบึ่งรถไปหยุนไหล ใครยังไม่เคยไปหยุนไหลยกมือขึ้น บอกว่าห้ามพลาดนะ สามารถขับรถขึ้นไปได้เอง แต่ทางค่อนข้างเเคบหน่อยขับระวัง ๆ กันนะ แต่รับรองว่าคุ้มสุด นุ้ยขับรถขึ้นไปตอนประมาณเกือบ ๆ 6 โมงเช้า ไปนั่งรอแสงพระอาทิตย์ขึ้น ไปดูทะเลหมอก ไปนั่งนิ่ง กุมมือกันไว้

แสงเริ่มแรงหมอกเริ่มจาง นุ้ยกลับมาทาอาหารอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเก็บความสุขทั้งหมดกลับบ้าน และสำหรับมื้อเช้าที่นี้ดีงาม แม้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่ที่นี้ยังคงมีอาหารเช้าเป็นบัฟเฟ่ต์นะคุณ เพราะลูกค้าของที่นี้เกือบเต็ม … คิดดูละกันว่า ในขณะที่อื่นเงียบเหงา ที่นี้เกือบเต็ม มันต้องดีจริง ที่สำคัญไม่ใช่บัฟเฟ่ต์แบบเล็ก ๆ นะ เพราะมาแบบเต็มสูตร

บ๊าย บาย แม่ฮ่องสอน แล้วพบกันใหม่นะ จะกี่ปี่ผ่านไปแม่ฮ่องสอนก็ยังคงเป็นเมืองที่นุ้ยรักเสมอ เพื่อน ๆ ละ มีที่ไหนที่เป็นสถานที่ที่ไปบ่อยที่สุดมั๊ย แล้วเคยมั๊ยไปเยือนสถานที่นั่นในฤดูที่แตกต่าง ฤดูฝน …. มันไม่ได้มีเเค่ความเปียกแฉะ แต่ยังมีเสน่ห์อีกมากมายเหลือเกิน ออกมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนฤดูฝนกันค่ะ ….แล้วคุณจะตกหลุมรักเหมือนที่นุ้ยรัก

 

แหล่งที่มา: truststoreonline

เรียบเรียงโดย item2day.com