อย่าหาทำ!! สาวแท้งลูก กลัวสามีไม่รัก กุเรื่องแจ้งความ รพ.ทำลูกหาย

    312

    โอละพ่อ สาวแจ้งความ ลูกหาย ที่แท้แท้งลูกแต่กลัวสามีจะไม่รัก สาวขอนแก่นแจ้งความโรงพยาบาลทำลูกหายหลังคลอด แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเจอพิรุธสวนนาน 4 ชม.จนยอมสารภาพแท้งลูกตั้งแต่ 2 เดือน

    จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 ธ.ค.) น.ส.ปิยรัตน์ ผุยบัวค้อ อายุ 37 ปี ชาว จ.ขอนแก่น และนายปัญญา กันเขียว อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากันได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.(หญิง) วราพรรณ ประเสริฐศักดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี

    ว่า ได้ตั้งครรภ์และฝากท้องไว้ที่โรงพยาบาลบางละมุง ก่อนจะคลอดลูกสาวเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่เด็กคลอดร่างกายไม่แข็งแรงเนื่องจากกินน้ำคร่ำเข้าไปจนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อเข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียู

    โดย น.ส.ปิยรัตน์ ให้การต่อเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมว่า ขณะที่ลูกเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลชลบุรี ตนเองไม่ได้เดินทางไปติดตามอาการ กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมาถึงกำหนดรับลูกกลับบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้แจ้งว่าเอกสารของตนเองไม่ครบและขอให้รอไปก่อน

    ตนเองจึงเชื่อว่าลูกสาวน่าจะหายตัวไปจากโรงพยาบาล จึงเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยติดตามตัว อีกทั้งสามียังมีความกังวลใจเนื่องจากต้องการเห็นหน้าลูกสาว แต่ลูกสาวกลับหายตัวไป

    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พนักงานสอบสวนได้ทำการบันทึกปากคำ น.ส.ปิยรัตน์ ได้เห็นว่ามีอาการพิรุธคล้ายปกปิดซ้อนเร้นข้อมูล จึงสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง

    สุดท้าย น.ส.ปิยรัตน์ ทนแรงกดดันไม่ไหวจึงสารภาพว่าลูกสาวไม่ได้หายจากโรงพยาบาล แต่ตนเองได้แท้งลูกไปตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน จึงไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวจะถูกทิ้งจึงกุเรื่องดังกล่าวขึ้น

    ด้าน พ.ต.ท.ชำนาญ ตรีเนตร รองผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี เผยว่า หลังรับแจ้งความได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไปโรงพยาบาลชลบุรี

    กระทั่งมีการยืนยัน น.ส.ปิยรัตน์ ไม่ได้เข้ารับการรักษาตัวและมีประวัติการรักษาครั้งสุดท้ายในปี 2556 จึงเชื่อว่าเป็นการแจ้งความเท็จ

    ทั้งนี้ การแจ้งความเท็จถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุnไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับอำนาจศาลแขวงจังหวัดชลบุรี เป็นผู้ใช้ดุลพินิจ

    จึงอยากฝากมายังประชาชนที่มีปัญหาทางครอบครัวว่าควรปรึกษากันและมีการพูดคุยกันก่อนที่จะเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะหากแจ้งความเท็จที่มีข้อความอยู่ในเอกสารราชการ ก็จะมีความผิดและต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย

    แหล่งที่มา : mgronline.com

    เรียบเรียงโดย : item2day.com