อาชีพเสริมเลี้ยงหอยปัง ในบ่อซีเมนต์ ใช้พื้นที่น้อย สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน

1060

อาชีพ เกษตรในประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบลงทุนทั้งเชิงพาณิชย์ที่เป็นสินค้าเกษตรที่คนส่วนใหญ่รู้จักและมีความต้องการในตลาดสูง ในอีกมุมหนึ่งสินค้าเกษตรบางอย่างแม้จะไม่โด่งดังและรู้จักแพร่หลายแต่ก็มีกลุ่มคนที่สนใจและสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับ “หอยปัง”

อาชีพเกษตรในประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบลงทุนทั้งเชิงพาณิชย์ที่เป็นสินค้าเกษตรที่คนส่วนใหญ่รู้จักและมีความต้องการในตลาดสูง ในอีกมุมหนึ่งสินค้าเกษตรบางอย่างแม้จะไม่โด่งดังและรู้จักแพร่หลายแต่ก็มีกลุ่มคนที่สนใจและสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับ “หอยปัง”

เชื่อว่ามีอีกหลายคนยังไม่รู้จักหอยประเภทนี้และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นหอยเลี้ยงง่ายและสร้างรายได้ที่ดีด้วย

หอยปัง คือ?

หอยปัง มีลักษณะภายนอกเหมือนหอยโข่งและหอยเชอรี่ แต่มีเนื้อที่นุ่มกว่า คนจึงนิยมนำหอยปังมาทำก้อยหอยอันแสนอร่อย (ซึ่งขอแนะนำว่าให้ต้มหอยให้สุกก่อนจะนำมาทำก้อยหอย) โดยหอยปังมีกลิ่นคาวน้อยกว่าหอยโข่งและหอยเชอรี่ซึ่งหอยปังในปัจจุบันนับว่าหาได้ยากต่างจากสมัยก่อนที่หาได้ง่ายตามท้องไร่ท้องนา

ไข่ของหอยปังจะเป็นลูกกลมๆขนาดเล็กสีขาวเกาะกันเป็นกลุ่มบนต้นข้าวหรือกอหญ้า และในเวลาที่น้ำลดจะชอบหลบซ่อนอยู่ใต้ดิน

ปัจจุบันหอยปังกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่กำลังมาแรงมาก ทั้งนี้การเลี้ยงหอยปัง สามารถทำควบคู่กับงานประจำได้ จึงเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมที่ดีอย่างยิ่ง

ความแตกต่างระหว่าง หอยปัง กับหอยโข่ง และหอยเชอรี่

หอยปัง

1. รูปทรงเหมือนไข่ได้รูปทรงและก้นแหลม

2. สีเขียวหรือสีเขียวอมน้ำตาล ขอบปากบาง เปลือกด้านในขอบปากมีสีส้ม

3. ปากบริเวณฝาปิดเขียวคล้ายลูกมะม่วง เวลาหอยปิดปากเกือบเสมอเปลือก

4. ขดหอยมี 4 รอบ

หอยโข่ง

1. รูปทรงกลมป้อมและยอดเตี้ยหรือเกือบแบนราบ

2. สีเขียวอมน้ำตาล สีเดียวหรือมีลายสีเขียว หรือลายสีเหลืองพาดรอบเปลือก

3. ขอบปากบาง เปลือกด้านในขอบปากมีสีขาวหรือเหลืองปนส้ม

4. ขดหอยมี 3 รอบ

หอยเชอรี่

1. รูปทรงป้อมและยอดเตี้ย

2. สีเหลืองน้ำตาลหรือน้ำตาล ขอบปากหนา

3. ปากบริเวณฝาปิดกว้างเวลาหอยปิดปากจะลึกลงไปในเปลือก (ตัวผู้)

4. ขดหอยมี 3 รอบ

5. ตรงแกนหมุนระหว่างปากจะมีรู

วิธีการเลี้ยง “หอยปัง”

1. เริ่มจากนำวงบ่อซีเมนต์มาแล้วให้แช่ด้วยต้นกล้วยทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ จากนั้นล้างออกใช้แปรงถูจนสะอาด แล้วเปิดน้ำลงไปประมาณครึ่งบ่อ ใส่เกลือลงไป 1 ช้อนชา เพื่อปรับค่าของน้ำให้เป็นกลาง

2. ใส่แร่ธาตุรวมลงไป 1 ช้อนโต๊ะ เพราะปกติในดินจะมีแร่ธาตุธรรมชาติแต่ในบ่อปูนจะไม่มี จึงต้องซื้อธาตุรวมใส่ให้ด้วย ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน ซึ่งการใส่แร่ธาตุจะช่วยให้หอยปังตัวใหญ่สมบูรณ์
3. จากนั้นใส่จอก แหน ผักบุ้งลงไป โดยอย่าลืมใส่ดินลงไปในกระถางเก่าๆ กระถางแตกก็ได้ แล้วเอาไปวางไว้ในบ่อเพื่อให้หอยปังขึ้นมาวางไข่

4. รอจนบ่อที่เตรียมไว้พร้อมใส่หอยปังลงไปประมาณ 20 ตัว/วงบ่อ โดยพันธุ์ของหอยปังอาจหาเก็บได้จากท้องไร่ท้องนาในธรรมชาติหรือจะเลือกซื้อพันธุ์จากที่มีคนเพาะขายก็ได้

5. ควรเปลี่ยนน้ำเดือนละ 1 ครั้งจากนั้นฉีดน้ำไล่ดิน ของเสียต่างๆ ออกให้หมดก่อนใส่น้ำใหม่ลงไป เติมเกลือและใส่แร่ธาตุรวมเหมือนเดิม ส่วนอาหารสำหรับใช้เป็นอาหารสำเร็จรูปของปลาดุกเม็ดเล็ก ใบมะละกอใส่ทั้งใบ

(หอยปังชอบมาก) ไม่ควรให้บ่อยเพราะน้ำจะเสียเร็ว และเมื่อเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ หอยปังที่ไข่จะต้องมีอีกตัวมาประกบคู่อยู่ด้วยกันสักพัก แล้วอีกตัวก็จะขึ้นไปวางไข่ทันที

ราคาของหอยปัง

อย่างที่กล่าวว่า “หอยปัง” สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายที่ฮิตสุดก็คือ “ก้อย” ราคาทั่วไปสำหรับพ่อแม่พันธุ์คู่ละ 50 บาท ส่วนจำหน่ายแบบเป็นกิโลกรัมๆ 100 บาท ซึ่งปริมาณของ หอยปังก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของหอยปังและสภาพแวดล้อมที่เลี้ยงภายในบ่อ รวมกับปริมาณการเลี้ยง ซึ่งในการเลี้ยงแรก ๆ

อาจมีรายได้ไม่มากแต่ก็พอหมุนเวียนนำมาใช้เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวและเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น เข้าใจธรรมชาติของหอยปังมากขึ้น อาจทำให้เลี้ยงได้ง่ายขึ้น มีผลผลิตมากขึ้น สร้างรายได้ที่มากขึ้นให้กับเกษตรกรด้วย

 

แหล่งที่มา : thaifranchisecenter.com