วันนี้เรามรเรื่องราวจากเว็บไซต์ต่างประเทศมาให้ทุกคนได้อ่านกัน เป็นเรื่องราวของชาวเน็ตท่านหนึ่ง โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า.. ผมเติบโตในหมู่บ้านในชนบทเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ผมเป็นลูกคนเดียว ถึงครอบครัวผมจะไม่รวยมาก แต่พ่อแม่ก็รักผมมากและก็เข้มงวดกับผมมากเช่นกัน พ่อแม่คาดหวังกับผมไว้ค่อนข้างสูง

พวกเขาหวังว่าเมื่อผมโตขึ้นจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูลและทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจได้ พ่อแม่ยังสอนให้ผมเป็นคนดีไม่เห็นแก่ตัว และพวกเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ๆ กับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะพ่อของผม เขาชอบแบ่งปันของกินให้กับเพื่อนบ้าน และยังชอบช่วยเพื่อนบ้านทำงาน เขาชอบพูดว่าการช่วยเหลือคนอื่นคือการช่วยเหลือตัวเราเอง

พ่อแม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของผมมาก ผมก็เป็นเด็กดี เรียนเก่ง สอบได้คะแนนในระดับต้น ๆ ของห้องทุกครั้ง ผมก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนนักเรียนเช่นกัน เวลาผมมีปัญหากับเพื่อนนักเรียน พ่อผมก็จะมาสั่งสอนผมถึงโรงเรียนทุกครั้ง จนเพื่อนนักเรียนต่างรู้กันหมดว่าผมกลัวพ่อของผมมาก

ต่อมาผมก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้ดั่งใจ หลังจากเรียนจบแล้วก็ได้ทำงานที่ค่อนข้างดีในเมือง แล้วยังได้พบกับภรรยาและแต่งงานกัน ผมได้พาพ่อแม่มาอยู่ด้วยกันกับเรา พอแต่งงานได้ปีกว่าภรรยาก็ได้คลอดลูกชาย เงินเดือนของผมและภรรยารวมกันแล้วมีมากกว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน ชีวิตของเราค่อนข้างดี ภรรยาจะส่งเงินให้พ่อแม่ของเธอประมาณสองสามพันในทุก ๆ เดือน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนสมัยเรียนมาหาผมในบริษัทเพื่อขอยืมเงิน เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกัน และภรรยาผมก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ผมเลยให้เพื่อนยืมเงินไป 3 แสน และเขาสัญญาว่าจะคืนให้ผมภายในสามปี แต่นี่ก็จะสามปีแล้วยังไม่เห็นทีท่าว่าเขามาคืนเงินผมเลย

ผมโดนภรรยาบ่นเรื่องนี้เป็นประจำ เธอว่าผมคบเพื่อนไม่ดี เงินที่ผมให้ยืมไปก็คงสูญหายไปหมด ผมก็เคยโทรหาเพื่อนคนนั้นหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีคนรับสายตลอด

เมื่อไม่นานมานี้ภรรยาผมขับรถไปรับลูกชายที่โรงเรียนและเกิดอุບัติเหตุรถชu ขณะขับรถกลับ ภรรยาของผมไม่เป็นอะไรมาก แต่ลูกชายของผมได้รับບาดเจ็ບอย่างsุนแsง จนตกอยู่ในอาการหนัก ผมใช้เงินในการรักษาลูกชายจนหมด เมื่อไปขอยืมเงินกับพวกญาติ ๆ และเพื่อน แต่กลับไม่มีคนให้ยืม เพราะพวกเขากลัวว่าผมจะไม่สามารถคืนเงินให้กับพวกเขาได้ แม้แต่ทางครอบครัวของภรรยายังไม่ยอมช่วยเลย ผมรู้สึกผิดหวังอย่างsุนแsง

วันนั้นในขณะที่ผมกำลังนั่งเฝ้าลูกชาย อยู่ ๆ ก็มีข้อความเข้าแจ้งเตือนว่า ผมมีเงินเข้าบัญชี 1 ล้านบาท ผมตกใจอย่างมาก แล้วผมก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนนั้นว่า โทรศัพท์มือถือของเขาหายจึงไม่สามารถติดต่อกับผมได้ เขาเพิ่งรู้ข่าวจากเพื่อนคนอื่นว่า ลูกผมเกิดอุບัติเหตุรถชuกำลังร้อนเงินอยู่ เขาเลยรีบโอนเงินให้ผม

เขายังได้กล่าวคำขอโทษกับผม ผมฟังไปพูดไปผมก็ร้องไห้จนเข่าทรุดกองกับพื้น คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคนที่ยอมช่วยเหลือผมจะเป็นเพื่อนคนนี้ เทียบกับพวกญาติ ๆ แล้ว เพื่อนคนนี้จะจริงใจกับผมมากกว่า พ่อผมพูดถูกแล้วว่า การช่วยเหลือคนอื่นคือการช่วยเหลือตัวเราเองจริง ๆ

 

แหล่งที่มา: deemagna