เป็นหนี้แล้ว “ไม่ใช้” บาปหนักมาก ทำไรก็ไม่เจริญ อยากให้อ่าน

1093

หากคุณเคยให้เพื่อนหรือใครสักคนยืมเงิน เชื่อว่าคงจะเข้าใจลึกซึ้ง ถึงความหมายของประโยคที่ว่า “ถ้าไม่อยากเสียเพื่อน อย่าให้เพื่อนยืมเงิน” ตอนมายืมสุดเศร้า เล่าความลำบาก เเต่เมื่อถึงกำหนดไม่ยอมคืน บางคนต้องบากหน้าไปทวง แม้เราจะทำอะไร เขาไม่ได้แต่บาปกรรมทำหน้าที่ของมันเสมอ

วันนี้เราได้นำบทความที่ถูกถ่ายทอดลงใน เพจ Dungtrin โดย ดังตฤณ หรือ ศรันย์ ไมตรีเวช นักคิดนัחเขียนแนวธรรมะ ที่ล่าสุดในเขียนในหัวข้อ ยืมเงินแล้วไม่คืน จะได้รั บผลกรรมอย่างไร ไว้อย่างน่าสนใจ โดยสรุปได้ว่าผลกรรมของการยืมเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะจะแปรไปตามเจตนาของผู้ยืม

บางคนยืมแล้วเจตนาจะคืนแต่มีเหตุให้ไม่สามารถคืนได้ ผลกรรมย่อมแตกต่างจาก ผู้ที่ยืมและมีเจตนาว่าจะไม่คืน หรือบอกผลัดไปเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ให้ยืมเดือดร้อนใจ เป็นกรรมทางใจ อยู่ที่จะเลือกต่อเวรหรือหยุดเวรแม้ในทางโลกจะเหมือนเราเสียเงินให้เขาฟรี ๆ

แต่ทางธรรมคือเรายกหนี้กรรมให้เขาไปแบกแทนให้ลองย้อนตั้งคำถามกับตนดูว่าสมควรจะ โกรธแค้นตัวตๅยตัวแทนนี้อยู่หรือไม่ โดยเนื้อหาของบทความฉบับเต็มมีดังนี้

ยืมเงินแล้วไม่คืนผลอาจไม่เหมือนกัน ต้องดูที่ตัวกรรมของแต่ละคน เมื่อรู้ว่ากรรมเป็นอย่างไร ก็จะพออนุมานถูกว่า ผลกรรมน่าจะประมาณไหน รูปแบบของกรรม แปรไปตามเจตนารวมทั้งความสามารถที่จะทำให้สำเร็จตามเจตนาด้วย เช่น บางคนยืมด้วยความตั้งใจคืนอาจมีข้อสัญญาชัดเจนว่าจะคืนเมื่อใดให้หรือไม่ให้ดอกเบี้ย

แล้วคืนได้ตามนั้นพร้อมของแถมตามข้อตกลง ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือความผูกพันในทางดีเป็นที่น่าเชื่อถือสำหรับกันและกันฝ่ายให้ถือว่าได้บุญที่ให้โอกาส

ฝ่ายรับ ถือว่าได้บุญที่ได้ ทำตามที่พูด มีความสุข มีความเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่บางคนยืมด้วยการตั้งใจคืนเสร็จแล้วคืนไม่ได้ชนิดสุดวิสัยอย่างนี้ไม่ได้ตั้งใจโกงไม่ได้ผิด ศีล ข้อ ๒

แต่ผลที่เกิดขึ้นทันทีในชาติปัจจุบัน คือ ความทรมานใจ การขาดความนับถือตัวเอง และการไม่เป็นที่น่าเชื่อถือของคนอื่น ส่วนผลในชาติถัดไปก็พอสมน้ำสมเนื้อ เช่นที่ให้เงินใครยืมแล้วไม่ได้คืนเพราะเหตุสุดวิสัยของลูกหนี้ เป็นต้น

บางคนยืมด้วยความตั้งใจเรื่อยๆมาเรียงๆ ไม่ฟันธง ไม่แน่ใจว่าจะคืนเมื่อไร คิดเผื่อไว้แค่แผ่วๆว่า เดี๋ยวมีมากๆค่อยให้ แบบนี้เหมือนก้ำกึ่ง เพราะทำไปๆมีสิทธิ์พลิกจาก ‘เดี๋ยวจะคืน’ เป็น ‘ไม่คืนดีกว่า’ เอาได้ง่าย ๆ ถึงจุดหนึ่งคนพวกนี้จะลืมความสัมพันธ์เก่า ๆ หมด

พอเห็นตัวเลขในบัญชีที่คืนได้ แต่เกิดความเสียดาย ความตระหนี่เข้าครอบงำจิตใจ รู้สึกขึ้นมาว่า อยู่ในบัญชีกู แปลว่าเงินกู เรื่องอะไรจะให้มันหายไปอยู่ในมือคนอื่น ความสำคัญมั่นหมายว่า ‘ของกู’ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่นั่นแหละ คือมุขเด็ดที่กิเลสบงการให้ก่อบาปกันดื้อ ๆ ผลทันทีคือมีจิตอ่อนแอ คิดอะไรแบบเด็กๆ

อยู่บนเส้นทางของคนเหลวไหล ข้างหน้าจึงสมควรกับชะตาที่ดูเห ลวไห ลไร้เหตุผล วันหนึ่งเหมือนมีทรัพย์ที่ยั่งยืน อีกวันกลับมลายหายไปราวกับความฝันเป็นต้น บางคนยืมด้วยความตั้งใจ ไม่คืนตั้งแต่แรก แต่มาหว่านล้อมล่อหลอกว่าจะคืน พร้อมดอกเบี้ยมหาศาลบานตะไท

ที่มายืมตรงนี้ก็เพียงเพราะอยากประชด แบงก์ที่ กู้ยากกู้เย็นนัก อันนี้ผิดศีลข้อ ๒ เต็ม ๆ เพราะขึ้นต้นด้วยเจตนาถือเอาทรัพย์ ที่เจ้าของมิได้ยกให้ และการผิดแบบนี้แถมพกข้อ ๔ มาด้วย ฉะนั้นในที่ ที่กรร มเผล็ดผลโทษสถานเบาในโลกมนุษย์คือต้องเหมารวมทั้งผลของ

การผิดข้อ ๒ และ ๔ รวมกันสองกระทง

ผลของข้อ ๒ คือเป็นผู้มีทรัพย์พินาศด้วยเหตุร้าย

ผลของข้อ ๔ คือเป็นผู้ถูกหลอกลวง ถูกใส่ร้าย

พูดง่าย ๆ ว่า มีสิทธิ์เสียทั้งทรัพย์

เสียทั้งชื่อเสียง ด้วยการถูกใส่ร้ายใส่ไคล้ หรือถูกต้มตุ๋นล่อลวง ได้สารพัด แต่ข้อเท็จจริง เป็นเช่นที่พระพุทธเจ้าตรัส คือ คนโหหกเป็นนิตย์ ที่จะทำชั่วอะไรไม่ได้นั้นไม่มี ยิ่งถ้ามาถึงขั้นโกหกเพื่อเชิดเงินคนอื่นได้ ทำให้เขาเดือดร้อน

หน้าตาเฉยได้ ก็แปลว่าต้องทำบาปร้าย กาจได้หนักกว่านี้ไปเรื่อย ๆ ฉะนั้น โทษทัณฑ์ ที่แท้จริง ก่อนจะมีสิทธิ์ ได้กลับมาเป็นมนุษย์ จึงน่ากลัวกว่า ที่เราเห็น ๆ กันขณะเป็นมนุษย์ ในฐานะคนถูกโกง ก็ต้องระลึกด้วยว่าเวรกรรมยังไม่จบ คนถูกโกงก็ต้องมีกรรมในขั้นต่อไป เมื่อทวงแล้วไม่คืน

เมื่อฟ้องแล้วไม่สำเร็จ (เพราะมักไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกัน) ที่สุดก็เหลือกรรมทางใจ จะคุมแค้น อยากลงมือแก้แค้นให้หายเจ็บใจ หรือจะเลือกเชื่อว่านี่เป็นโอกาสดี ชาตินี้ได้รู้จักศาสนาที่สอนเรื่องเหตุและผล

ทำเหตุอย่างไรมาก็ต้องได้ผลอย่างนั้นบ้างรู้แล้วเราจะเลือกต่อเวรหรือหยุดเวรทางโลกเหมือนยกให้เขาได้เงินไปฟรี ๆ แต่ทางธรรมคือยกหนี้กรรมให้เขารับไปแบกแทน ในเมื่อมีตัวตๅยตัวแทนมารับช่วงถึงที่ เราสมควรแค้นเคืองหรือขอบคุณ

1 แಶร์ = 1 ธรรมทาน แಶร์ไปได้บุญ สร้างกุศลความดี ถ้าข้อมูลนี่เป็นประโยชน์และสามารถช่วยใครได้อีกหลาย ๆ คน อย่าเก็บไว้อ่านคนเดียวน๊า อย่าลืมส่งให้คนที่คุณรัก ได้อ่านด้วยนะคะ

 

แหล่งที่มา : rakjangsiam.com