สำหรับเพื่อนคนไหนที่อยากจะทำไอศครีมไว้กินเอง แต่ไม่มีเครื่องทำ วันนี้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป เพราะเรามีวิธีทำไอศครีม โดยไม่ต้องใช้เครื่องทำไอศครีมมาฝาก!!

เรียกว่าการทำไอศครีมนั้น ในสมัยนี้ไม่ได้ยากอีกต่อไป ไม่ว่าฤดูกาลไหนก็เป็นที่ต้องการของคนบ้านเรา เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน ในช่วงนี้ก็ได้มีการคิดค้นรสชาติใหม่ ๆ ออกมาในทุก ๆ วัน บางทีอาจจะกินไอศครีมก็จะต้องเดินทางออกจากบ้านไปไกล เสียเวลาเสียค่าน้ำมันอีก ว่าแล้วก็อย่าเสียเวลากันเลย ไปลงมือทำกันเลยดีกว่า

อันดับแรกที่ทุกคนต้องมีก็คือ นี่เลยยยยย กล่องไว้ใส่ไอศครีม จะเป็นกล่องเหล็กหรือพลาสติกก็ได้ค่ะ

สิ่งที่เราต้องทำกันก่อนก็คือ คัสตาร์ด ที่จะมีไว้เพื่อทำเป็นเนื้อไอศครีมนั่นเอง

ส่วนประกอบที่ต้องมีก็คือ

1. ไข่แดง (ให้เลือกใช้ไข่ไก่เปลือกขาวนะคะ เพราะจะมีกลิ่นคาวน้อยกว่าไข่ไก่ปกติ)

2. น้ำตาล

3. Vanilla Extract หรือกลิ่นวนิลาที่ใช้สำหรับทำไอศครีมนั่นเอง

4. วิปปิ้งครีม

5. นมจืด

ขั้นตอนการทำ

1. ขั้นแรกให้นำนมจืดไปต้มพร้อมใส่ Vanilla Extract ลงไป 1 ช้อนชา ใช้ไฟปานกลาง และต้มให้พอเดือดเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ

2. ใส่น้ำตาลลงในไข่แดงแล้วตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ค่อย ๆ นำนมอุ่นเทใส่ลงไปทีละนิด แล้วตีให้ส่วนผสมเข้ากันทั้งหมด (นมต้องแค่อุ่น ๆ นะคะ ห้ามร้อนเด็ดขาด เพราะถ้าร้อนเกินไปจะทำให้ไข่แดงสุกค่ะ)

3. เมื่อนำนมผสมกับไข่เรียบร้อยแล้ว ให้นำไปต้มอีกครั้ง ไฟปานกลางเหมือนเดิม ต้มแล้วก็คนไปด้วยนะคะ เพราะถ้าไม่คนไข่จะเป็นลิ่ม ๆ ค่ะ

4. หลังจากนั้นให้นำมาเทผสมกับวิปปิ้งครีมแล้วคนให้เข้ากัน แล้วเราก็จะได้คัสตาร์ดที่ไว้ทำไอศครีมกันแล้ว หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้ ท้าดาาาา~~!!

5. เอาล่ะ ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนที่เราต้องใช้กล่องกันแล้ว ก็ให้เรานำเจ้าคัสตาร์ดที่ได้เทใส่กล่องเลยค่ะ แล้วก็นำไปแช่แข็งไว้ แต่ต้องเปิดออกมาคนทุก ๆ 45 นาทีนะคะ เพื่อจะทำให้มันเป็นเนื้อเนียนและเป็นการไล่เกล็ดน้ำแข็งค่ะ โดยขั้นตอนนี้ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง

6. ในการคนเนื้อไอศครีมครั้งที่ 2 เราอาจจะใส่โอริโอ้หรือสตรอเบอร์รี่ลงไปก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความชอบเลย และเมื่อเนื้อไอศครีมแข็งตัวแล้ว ราดด้วยช็อกโกแลตหรือราสเบอร์รี่ก็ได้น้า

หลังจากนั้นเราก็จะได้ไอศกรีมที่อร่อยเวอร์กันแล้ว เย้ๆๆๆ

เห็นมั้ยคะว่าเราเองก็สามารถทำไอศกรีมทานเองได้โดยไม่ต้องง้อร้านหรู ๆ ที่ไหนเลย ถ้าใครมีเวลาว่างก็ลองทำกันดูนะคะ ส่วนตอนนี้ขออนุญาตไปชิมฝีมือตัวเองก่อนนะ ฟิ้วววว

 

แหล่งที่มา: wikihow, sistacafe