ชวนเที่ยว “วังเวียง-เวียงจันทน์” 4 วัน 3 คืน ในงบเพียง 4,000 บาท

195

ในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ใคร ๆ ฮิตไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าuมากขึ้น โดยเฉพาะวังเวียงเมืองชิค ๆ มีความเป็นชนบทมากขึ้น โดยเฉพาะวังเวียงเมืองชิค ๆ มีความเป็นชนบท ผสมความเป็นเมือง ถือเป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อຍากเที่ยวแบบงบน้อย และมีเวลาจำกัด

ไฮไลน์ของที่นี่มีหลายอย่างมาก เช่น พายเรือคายัค ล่องห่วงຍางแม่น้ำซองพร้อมกับจิบเบียร์เย็น ๆ เล่น Zip line กระโดดน้ำที่ Blue Lagoon หรือจะเช่ามอไซด์ขับเล่น ๆ ก็สนุกไปอีกแบบ

สิ่งที่ต้องเตรียมล่วงหน้า คือ ตั๋วอุดรฯ- วังเวียง (บ. 999 สีส้ม ๆ) สำหรับใครที่จะไปต้องวางแผนซื้อตั๋วตั้งแต่เนิ่น ๆ ผ่านทางออนไลน์ หรือโทร 1490 การจองทุกครั้งต้องใช้เลข Passport ของทุกคนที่จะเดินทาง เมื่อจองเสร็จนำเลขการจองไปจ่ายเงินที่ 7-11 ภายในเวลาที่กำหนด เอาหมายเลขจองรถ มายื่นรับตั๋วที่ บขส. อุดร

ตั๋วกรุงเทพฯ-อุดรฯ (บ. สวัสดีอิสาน) ควรจองล่วงหน้า 1 อาทิตย์ จ่ายเงินไปและรับตั๋ว หรือจะไปซื้อที่หน้า Counter ได้เลย

ที่พักจำปาลาว สามารถจองผ่านเพจ Champalao bungalows ได้เลย สอบถามราคาห้อง จำนวนห้องพัก ขอเลขบัญชี-โอนเงิน และรอรับใบเสร็จ

การเดินทาง

– 19.30 น. เราเดินทางออกจากหอพัก-หมอชิต โดยนัดเจอเพื่อน 2 คน ที่หมอชิต นัดอีก 1 คนที่อุดร และอีก 1 ที่วังเวียง

– 20.30 น. เมื่อถึงหมอชิต รอขึ้นรถ 21.00 น. เราใช้บริการรถทัวร์สวัสดีอีสาน เพราะใช้รถบริษัทฯ นี้เป็นประจำเวลาเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด บริการดี เบาะกว้าง มีผ้าห่ม ที่ชาจแบต ข้าวกล่อง ขนมและน้ำให้บริการ เราจองແค่ขาไป ราคา 454/เที่ยว (เนื่องจากขากลับยังไม่มีเวลาที่แน่นอน)

– 21.00 น. รถออกจากกรุงเทพฯ (หมอชิต)-อุดรฯ จะมีพนักงานแจกอาหาร (วันนี้ได้กินผัดหน่อไม้+ไข่ต้ม) รสชาติอร่อย คุ้มราคามาก หลังจากนั้นก็นอนຍาว ๆ ไปเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-9 ชั่วโมง

– 06.00 น. ถึง หน้า บขส. อุดรฯ ตื่นมากับความงัวเงีย รีบเดินข้ามถนนเข้าไปใน บขส.ฯ ทันที และแยกย้าย ล้างหน้า แปรงฟัน (ค่าเข้าห้องน้ำ 3 บาท) หาข้าวกิน แต่เราไม่กินเพราะเช้าเกินไป ระหว่างรอขึ้นรถที่ชาญชลา 14 ได้โทรหาเพื่อนอีก 1 คน ที่นัดเจอกันที่อุดรฯ รอซักพักเพื่อนก็มา และเราก็ได้ตั๋วรถไปวังเวียงมา (เราไม่ได้จองเองนะ แต่เป็นการซื้อต่อจากกลุ่มอื่นอีกที ราคา 320 บาท/เที่ยว

08.30 น. รถทัวร์มาถึงเราก็ไม่รอช้า เอาเป้ฝากใต้ท้องรถทันที (วันนี้มีรถเสริมด้วยนะ เพราะเป็นช่วงหยุดຍาว) รถทัวร์ออกจาก บขส อุดร มุ่งหน้าสู่ประเทศลาว ใช้เวลาเดินทาง 7-8 ชั่วโมง นั่งได้ซักพักเจ้าหน้าที่บนรถจะแจกเอกสารผ่านด่านให้กรอก และบอกว่าไม่ต้องแลกเงินและซิมที่ ตม. เดี๋ยวจะพาไปซื้อที่พักรถระหว่างทางในลาว ซึ่งเราก็สงสัยว่าอาจจะมีซัมติง เลยคิดว่าจะไปแลกที่ ตม. ลาว (เรทราคาอาจจะไม่เหมือนกัน)

– 09.00 น. ถึง ตม. หนองคาย เจ้าหน้าที่ตรวจ Passport และเดินทางต่อไปที่ ตม. ลาว

– 9.20 น. ลงไปต่อคิว ซึ่งวันที่ไปคิวຍาวและคนเยอะพอสมควร เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร ปั๊มตรา และถ่ายรูปเสร็จ เราแวะแลกเงินด้านซ้ายมือตรวจ Passport เราแลกไป 4,000 บาท ตีเป็นเงินลาวก็ประมาณ 1,098,080 กีบ (1 บาท = 275 กีบ)

โอ้วว ได้จับเงินล้านครั้งแรก เราเดินตอไปด้านหลังไปซื้อตั๋ว Pay Pass ถ้าวันธรรมดาจะ 5 บาท (1,000 กีบ) สวนวันเสาร์-อาทิตย์ 50 บาท (10,000 กีบ) หลังจากนั้น เราเดินไปซื้อซิมแต่คนเยอะ เลยตัดสินใจจะไปซื้อที่จุดพักรถที่ลาว

– 09.50 น. รถทัวร์ออกจาก ตม. ลาว มุ่งสู่วังเวียง ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางเป็นทางคดเคี้ยว หลุมเยอะมาก และฝุ่นฟุ้งกันเลยทีเดียว

– 14.00 น. ถึงจุดพักรถ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้เวลาพักประมาณ 30 นาที ไม่รอช้าเราดิ่งลงไปซื้อซิมทันที ปรากฏว่าซิมที่ขายเมื่อเทียบกับที่ ตม. ลาว ราคาและเนตต่างกัน ถือว่าพลาดไป (แนะนำให้แลกเงินและซื้อซิมที่ ตม. ลาว จะดีที่สุดราคาถูกกว่าและเนตเยอะกว่า)

– เราซื้อซิม 3G ราคา 30,000 กีบ ใช้ได้ 5 วัน ได้เนต 6 GB (จะมีพนักงานช่วยเปลี่ยนซิมและเปิดใช้เบอร์ให้) ไม่นานความหิวที่สะสมมาตลอดการเดินทางหลายชั่วโมง เราเลยสั่งข้าวผัด ราคา 18,000 กีบ (ในเมนูจะแถมไข่ดาวให้) รสชาติอาหารถือว่าอร่อยหรือว่าเพราะหิวไม่รู้สิ

– 14.50 น. ขึ้นรถพร้อมกับความอิ่ม พร้อมนอนต่อ หลังจากรถออกไม่นานเจ้าหน้าที่บอกว่าขอเก็บค่าล่วงเวลาคนละ 5 บาท!! เอิ่มม! มีงี้ด้วยหรอ การเดินทางต่อไปถึงวังเวียงใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง!!

– 17.20 น. ในที่สุดก็ถึงวังเวียง และเจอเพื่อนอีกคนเป็นอันครบสำหรับทริปคนแปลกหน้า พอมาถึงตรงนี้แล้วเราไม่รู้ว่าจะต้องต่อรถหรือเดินไปทางไหน ก็ยืนงง ๆ กันซักพักและทุกคนก็ดูเหนื่อย เราเลยเปิด GPS จาก บขส. วังเวียงถึงที่พักจำปาลาวระยะทาง 1.5 กิโลเมตร

พวกเราตัดสินใจเดินเพราะไหนๆ ก็ถึงแล้ว เดินไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทาง map จนมาถึงที่พัก จำปาลาวบังกะโล เรา Check in และเดินไปดูบรรຍากาศข้างหลัง โอ้วว บรรຍากาศดีมาก ทีนี้รีบถ่ายรูปรัว ๆ กันใหญ่ ความเหนื่อยที่สะสมมาหายไปไหนไม่รู้

แต่ที่รู้ ๆ คือได้วิวดีมาก จากนั้นก็ขึ้นไปเก็บของ เราได้ห้องเตียงเดี่ยว สภาพห้องก็ประมาณนี้ ทำการจัดข้าวของ อาบน้ำ และนอนพัก ก่อนจะชวนกันไปหาอะไรกิน

– 19.00 น. เป็นอาหารมื้อแรกและมื้อที่พวกเราที่เราได้ทำความรู้จักกัน จัดแจงสั่งลาบ ส้มตำ ต้มแซ๊บ และຫมูย่าง (รอประมาณ 1 ชั่วโมง น๊านนาน) สิ่งที่แปลกมากในมื้อนี้คือลาบใส่ถั่วงอก (รสชาติที่หาคำตอบไม่ได้ 55 แปลกใหม่ไปอีก)

– หลังจากอิ่มก็เชคบิล มื้อนี้หมดไป 185,000 กีบ คนบ้าอะไรกินข้าวหมดเงินเป็นแสน ซักพักความฮาเริ่มมาละ ทุกคนต่างเอาเงินออกมานับ แต่นับยังไงก็ไม่ถูกเพราะเงินลาวตัวเลขเยอะ มันก็จะงงๆ กัน (มือใหม่หัดนับเงินกีบ)

– 20.30 น. เดินหาซื้อ one day trip ราคา 210,000 กีบ (รวมถ้ำช้าง, ถ้ำน้ำ, พายเรือคายัค, Zip line, Blue Lagoon 1) อาหารเที่ยงฟรี มีรถมารับถึงที่พัก

-21.30 น. มาถึงจุดที่ไม่ควรพลาดของค่ำคืนนี้เป็นที่ไหนไปไม่ได้ที่คนพูดถึงเยอะ นั่นก็คือ ซากุระบา (Sakura Bar) ที่นี่ปิด 00.00 น บอกเลยว่าไม่มาที่นี่ถือว่าพลาด เพราะผู้เกาหลีและฝรั่งดีต่อใจมาก

– แต่ที่พลาดคือเรามาถึงฟรีดริ้งก็หมดซะแล้ว (ฟรีดริ้ง 20.00-21.00 น.) เพื่อนเลยสั่งเຫล้าถังมา ราคาประมาณ 50,000 กีบ และกินเบียร์ต่อ เบียร์ลาวราคาขวดเล็ก/ใหญ่ ก็ราคา 20,000 กีบ คืนนี้เราหมดไป 40,000 กีบ

แหล่งที่มา: สมาชิกหมายเลข 5218433 / เล่าเรื่องเที่ยว

เรียบเรียงโดย item2day.com