เคล็ดลับหมักหมูกะทะ สูตรนี้ใช้ทุกร้านอร่อยยกครัว แน่นอนฟันธง!!

334

วันนี้เราเลยขอนำเสนอสูตรการหมักหมูกะทะ ชาบู จิ้มจุ่ม สุกี้ แบบไม่ต้องพึ่งผงฟูหรือว่าไปกิ้งโซดาเลยค่ะ และที่สำคัญสูตรหมักหมูนุ่มและเด้ง นุ่มแบบไม่เปื่อยนะคะ ไม่ยุ่ยไม่เละ ลองแล้วจะติดใจค่ะ ลองไปดูวัตถุดิบและเครื่องปรุงกันได้เลยว่ามีอะไรบ้างไม่ต้องซื้อหมูทะประหยัดงบทำกินเองได้สบาย ๆ อร่อยยกครัว

วัตถุดิบและเครื่องปรุงการทำหมูหมัก

1.น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

2.หมูสันนอ ก 500 กรัม

3.น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

4.น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

5.ไข่ไก่ 1 ฟอง

6.ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

8.แป้งข้าวโพด หรือ แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ

9.งาขาวตามชอบ

วิธีหมักหมูง่าย ๆ

เตรียมวัตถุดิบ และเครื่องปรุงให้พร้อมค่ะ ตามภาพนี้เลย เลือกเนื้อหมูและไข่ไก่ที่สดใหม่มาทำจะได้หมูหมักที่อร่อยขึ้นไปอีกค่ะ

จากนั้นตอกไข่ไก่ลงไปค่ะ ในไข่ไก่จะมีสารที่ไปย่อยโปรตีนในเนื้อหมูช่วยทำให้หมูมีความนุ่มขึ้นค่ะ

ตามด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว

จากนั้นใส่ น้ำตาลทราย และน้ำมันงาลงไปค่ะ ส่วนผสมในส่วนนี้จะช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้เนื้อหมู ที่สำคัญช่วยทำให้เนื้อหมูที่มีความชุ่มฉ่ำ

ขั้นตอนต่อมาใส่แป้งข้าวโพดหรือแป้งมันลงไปค่ะ แป้งจะเคลือบเนื้อหมูเหมือนหมูที่ทำราดหน้า ทำให้มีความเด้งขึ้นด้วยค่ะ ผสมให้เข้ากัน แนะนำให้ใช้มือเลยค่ะ นวดหมูให้เครื่องปรุงซึมเข้าไปในเนื้อ

จากนั้นใส่งาขาวลงไปค่ะ และคลุกเคล้าให้กันค่ะ เพื่อน ๆ สามารถนำพลาสติกมาแรปถ้วยหมักหมูได้เลย หรือเทใส่กล่องพลาสติด ทัพเพอร์แวร์ก็ได้นะคะ

พร้อมปิดฝาให้สนิทและนำแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา อย่างน้อย 1 ชั่วโมงขึ้นไป ยิงหมักนานหมูก็จะยิ่งนุ่มเด้งและอร่อย แนะนำให้หมักตอนเย็นได้กินตอนเช้า หรือหมักตอนเช้า ก็ได้ห มูนุ่ม ๆ ไว้ทานตอนเย็นแล้วค่ะ

กรณีที่เพื่อน ๆ จะกินแบบเร่งด่วน ก็สามารถเติมผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาลงไปได้ค่ะ อัตราส่วน 1/2 ช้อนชาต่อหมู 500 กรัม ใส่มากไปจะทำให้หมูมีรสเปลี่ยน เฝื่อน ๆ และเนื้ออาจจะยุ่ยได้นะคะ

ถ้าไม่รีบร้อนเท่าไหร่ แนะนำลองทำสูตรด้านบนแบบไม่ต้องใส่ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาดูค่ะ อร่อยได้เหมือนกัน ขอบคุณสำหรับการรับชม ขอให้มีความสุขกับการทำอาหาร และเมนูหมูหมักนะคะ สวัสดีค่ะ

สุดท้ายนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณ เจ้าของเพจ Facebook ชื่อว่า Mai’s Kitchen ที่ได้นำวิธีในการหมักมาฝากกัน หวังว่าเพื่อน ๆ จะนำความรู้ดีๆเหล่านี้ไปใช้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และปีใหม่นี้นะคะ

 

แหล่งที่มา : beautyoflifes.com