บทความนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง เป็นเรื่องราวที่มาจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ซึ่งได้บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวชาวจีนอายุราวๆ 20 ปีคนหนึ่งชื่อว่า “หลิงหลิง” เธอเป็นคนที่ขยันขันแข็ง งานหนักงานเบาไม่เคยเกี่ยง

หลิงหลิงเติบโตมาจากครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านนอกเมือง หลังจากที่เธอเรียนจบแล้ว เธอจึงเดินทางเข้ามาในเมืองหลวงเพื่อหางานทำ หลิงหลิงมีน้องชายคนหนึ่งซึ่งกำลังเรียนอยู่ ดังนั้นในแต่ละเดือน เมื่อเธอได้รับเงินเดือนแล้ว หลิงหลิงก็จะส่งเงินส่วนมากของเธอกลับบ้าน เพื่อช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว

แม้จะเป็นคนสู้งานหนักแค่ไหน แต่หลิงหลิงก็เข้าใจว่า ชีวิตในเมืองหลวงนั้นไม่ง่ายนัก นอกจากต้องใช้จ่ายค่ากินค่าอยู่ค่าเดินทางประจำวันแล้ว เธอก็แทบจะไม่มีเงินเหลือใช้สำหรับความสุขของตัวเองเลย เพื่อประหยัดเงิน หลิงหลิงจึงต้องอาศัยอยู่ในหอพักเล็กๆ ที่ห่างไกลจากที่ทำงาน ทำให้เธอต้องตื่นมารอรถเมล์เข้าเมืองตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และกว่าจะเลิกงานกลับถึงที่พักก็ดึกมากแล้ว

หลิงหลิงทำงานเป็นเซลล์ขายของ ด้วยความขยันทำให้เธอสามารถปิดยอดได้เกือบทุกเดือน แต่เดือนนี้ หลิงหลิงกลับไม่สามารถปิดยอดขายของเธอได้ ทำให้เธอได้รับแค่เงินเดือนประจำตำแหน่ง 1500 บาทเท่านั้น แม้ว่าจะน้อยนิด แต่หลิงหลิงก็ยังตัดสินใจส่งเงินจำนวน 1000 บาทกลับบ้าน

และพยายามใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินเพียง 500 บาท เธอรู้อยู่แก่ใจตัวเองดีว่า เงิน 500 บาทไม่ได้เพียงพอกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ลำพังแค่ค่าหอก็ไม่พอจ่ายแล้ว ยิ่งคิดหลิงหลิงก็ยิ่งกังวลมาก

วันหนึ่ง ขณะที่หลิงหลิงกำลังขึ้นรถเมล์เพื่อเดินทางไปทำงาน ในวันนั้นมีคนขึ้นรถเมล์ไปพร้อมๆ กับหลิงหลิงเยอะมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาทำงาน ทำให้เธอต้องยืนไปตลอดทาง ระหว่างทางเธอสังเกตเห็นกระเป๋าเงินตกอยู่บนพื้นรถ หลิงหลิงเห็นดังนั้นก็รีบยื่นมือออกไปคว้ากระเป๋าเงินใบนั้นมาทันทีโดยไม่รู้ตัว เธอสับสนมากว่าควรนำไปคืนเจ้าของหรือเก็บไว้กับตัวเองดี

ทันใดนั้นเอง มีหญิงชราข้างๆ หันมามองเธอ หลิงหลิงตกใจมาก แต่หญิงชรากลับขยิบตาแปลกๆ ให้และทำมือชี้ไปที่ด้านหลังของเธอ หลิงหลิงแม้จะยังสับสนอยู่แต่ก็ตัดสินใจค่อยๆ หันไปมอง ที่ด้านหลังของหลิงหลิงมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายพฤติกรรมของเธออยู่  พอเห็นดังนั้น หลิงหลิงก็ทั้งโมโหทั้งสับสน เธอโยนกระเป๋าเงินลงพื้นเหมือนเดิมและรีบลงรถเมล์ไป

เมื่อหลิงหลิงมาถึงที่ทำงาน เธอก็มานั่งคิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอบนรถเมล์ เธอเกือบจะกลายเป็นโจรขโมยของไปซะแล้ว และยิ่งถ้าโดนถ่ายคลิปแบบนั้น ถึงจะออกไปพูดแก้ตัวอย่างไรก็ไม่มีใครยอมเชื่อเธอแน่นอน อาจเลวร้ายถึงขั้นเสียงานเสียการ ถูกจับขังคุกก็เป็นได้

โชคดีที่หญิงชราบนรถบัสคนนั้นเตือนเธอเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอนาคตของหลิงหลิงจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น เธอเองก็ไม่กล้าคิดจริงๆ

สังคมทุกวันนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ คำกล่าวนี้ก็ไม่ได้เกินความจริงแต่อย่างใด เพราะสังคมปัจจุบันนี้ อาจมีคนที่ไม่ได้ประสงค์ดีกับเราปะปนอยู่ด้วย ดังนั้น นอกจากจะสอนลูกหลานแล้ว เราเองก็ต้องมีไหวพริบที่ดี ไม่เชื่อใจใครง่ายๆ และไตร่ตรองถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำของเราทุกครั้งก่อนจะลงมือทำอะไรลงไป

***ภาพทั้งหมดเป็นภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น***

 

แหล่งที่มา: LIEKR