จากเด็กจบ ป.7 ได้เข้าเฝ้าฯ “ในหลวง ร.9” สู่เกษตรกรเงินล้าน รายได้ 6 แสนต่อปี

275

เปิดเรื่องราวของชายที่ยึดปฏิบัติตามพระราชดำรัส ในหลวง ร.9 มุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียงมา 36 ปี เป็นแนวทางของเกษตรกรดีเด่น ที่ประสบผลสำเร็จ สร้างรายได้เดือนละ 5 หมื่น

เพราะยึดมั่นในคำสอน “ทำเถอะเศรษฐกิจพอเพียง ทำตามกำลังตัวเองเท่าที่ทำได้ ทำแล้วไม่ใช่พอมี พอกินอย่างเดียว ยังสร้างรายได้ที่มั่นคงยั่งยืน”

นี่เป็นปรัชญาสำคัญที่ ‘ลุงน้อย’ หรือ ‘สุริยะ ชูวงศ์’ วัย 62 ปี เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 49 และ 59 เจ้าของพื้นที่สวนผลไม้ 13 ไร่ ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี สืบสานพระราชปณิธานด้านเกษตรและยึดมั่นปฏิบัติมาตลอด 36 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2526 หลังจากได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวง ร.9 ณ สวนจิตรลดา ขณะอายุ 26 ปี

ลุงน้อย ย้อนเล่าความรู้สึกช่วงเวลามงคลสูงสุดในชีวิต 2 ชั่วโมงที่ได้เข้าเฝ้าฯในหลวง ร.9 ว่า ในหลวง ร.9 ทรงอธิบายและสอนการทำเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียง

รวมถึงสอนให้เป็นคนรอบรู้ รอบคอบ ช่างสังเกต ด้วยใจรักการเกษตรมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เมื่อได้รับพระราชดำรัสก็น้อมนำทฤษฎีไร่นาสวนผสมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางพัฒนาสวนของตัวเองที่เช่าคนอื่นในพื้นที่ 3 ไร่

เริ่มโดยแบ่งพื้นที่ให้เป็นระบบ ขุดบ่อน้ำ ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการทำนาและการปลูกผลไม้ อาทิ ชมพู่พันธุ์เพชรสายรุ้ง ละมุด มะนาว มะละกอ มะยงชิด กล้วยหอมทอง กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ตาลโตนด มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าว

โดยผลิตปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ และเครื่องดักจับเเมลงใช้ในไร่นา เพื่อลดต้นทุนการผลิต และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

ลุงน้อยที่มีการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 7 ยึดมั่นปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและคำสอนของในหลวง ร.9 มาเสมอ เน้นความพอเพียง ทำแต่พอประมาณ พึ่งพาตนเอง ทำให้ชีวิตมีแต่ความเจริญ มีกินมีใช้อย่างพอเพียง ไม่มีหนี้สิน มีเงินเก็บ

ภายใน 5 ปีก็สามารถซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง พัฒนาสวนจาก 3 ไร่ ปัจจุบันเป็น 13 ไร่ สร้างรายได้เดือนละ 50,000 บาท ปีละ 600,000 บาท ด้วยต้นทุนปีละไม่ถึงหมื่น เก็บออมตามคำสอนของพระองค์

จนมีเงินเก็บหลักล้าน เพราะทำการจดบัญชีครัวเรือน บัญชีฟาร์ม และบันทึกข้อมูลการทำการเกษตรเพื่อวิเคราะห์วางแผนการผลิตและการตลาด เพื่อให้ผลไม้ได้ราคาสูง ๆ และบังคับพืชออกผลผลิตตรงกับเทศกาล

เมื่อถามถึงเคล็ดลับ ลุงน้อย รีบเอ่ยปากเล่าให้ฟังทันทีโดยไม่หวงวิชา ตามคำสอนของในหลวง ร.9 ที่เคยบอกไว้ว่า “ได้ดีแล้วต้องบอกคนอื่นเป็นบุญทาน คนอื่นก็ได้ดีตามด้วย อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ลุงน้อยบอกเคล็ดลับการเร่งผลผลิตต่าง ๆ

เช่น ชมพู่พันธุ์เพชรสายรุ้ง ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองเพชรออกผลก่อนสวนอื่นว่าต้องติดตั้งไฟนีออนให้ความร้อนทั้งคืน โคนต้นต้องแห้ง หากฝนตกต้องรีบระบายน้ำออก

มะพร้าวที่ไม่เคยมีหuอนหัวดำมาทำให้ตๅยยืนต้น เคล็ดลับ คือ แค่น ปลาสดมาทิ้งไว้ที่โคนเพื่อให้มดแดงแห่มาอยู่ที่ต้นมะพร้าว หuอนหัวดำก็ไม่กล้ามากินยอดมะพร้าว ส่วนมะนาวที่มักขาดตลาดและแพงในช่วงเดือน มี.ค. – เม.ย. ก็ให้ใช้มะนาวแป้นเสียบกิ่งมะนาวยักษ์ เพื่อให้มีผลดก ทนโรคอายุยืน

“เทคนิคต่าง ๆ ที่ได้ทำ นั่นเป็นเพราะคำสอนของพระองค์ท่านที่ทรงบอกว่าให้สังเกตสิ่งแวดล้อม ต้นชมพู่หน้าบ้านอยู่ติดไฟทางก็สังเกตว่าชมพู่ออกดอกทั้งปี พระองค์ท่านทรงบอกว่า ตรงที่น้ำท่วมให้ปลูกมะนาวยักษ์เพราะทนน้ำท่วม แล้วเสียบยอดด้วยมะนาวแป้น

ถ้าไม่ทำแบบนี้ เดือน พ.ย. มะนาวออกดอก โดนฝนแล้วร่วงหมดก็ทำให้ไม่มีมะนาว มะนาวจึงแพง พอทำตามที่พระองค์ทรงสอน ดอกมะนาวก็ไม่ร่วง ออกมา 10 ดอก ติดลูกทั้งหมด พระองค์ทรงสอนในหลาย ๆ เรื่อง แม้กระทั่งหลอดแบล็กไลต์ที่ล่อเเมลงศัตรูพืช กาวเหนียวดักเเมลงวันผลไม้ ตรงไหนน้ำท่วม ก็ยกร่องให้น้ำทิ้งออกไปได้”

กว่า 36 ปี ที่ปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้สวนของลุงน้อยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) จากกรมวิชาการเกษตร

ส่วนลุงน้อยเองนั้น ได้รับรางวัลระดับชาติการันตีเป็นจำนวนมาก เช่น รางวัลเกษตรกรต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2558 จากสภาเกษตรกรแห่งชาติ, เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี 49 และ 59 จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ได้รับยกย่องเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปี 62 และในปี 63 จะเข้ารับดุษฎีบัณฑิตจาก มรภ.เพชรบุรี

จากประสบการณ์ชีวิตเกษตรที่สั่งสมไว้เพื่อให้องค์ความรู้ที่มีเป็นประโยชน์กับคนรุ่นต่อ ๆ ไป ตามพระราชดำริของในหลวง ร.9 ลุงน้อย นอกจากเป็นเกษตรกรแล้วยังเป็นวิทยากรทั่วประเทศ

ถ่ายทอดผลงานและความรู้ให้กับผู้ที่สนใจการปลูกพืชไร่พืชสวนแบบผสมผสานให้ได้รับความรู้ เทคนิคและวิธีการทำการเกษตร ความรู้เกี่ยวกับพืชต่าง ๆ ในเชิงลึก โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

“ใครมาเยี่ยมชมสวน ลุงบอกเคล็ดลับหมด ไม่เคยโกหก พระองค์ทรงสอนไว้ว่า ทำเท่าที่ทำได้ก็จะเจริญก้าวหน้า รายได้มั่นคงยั่งยืน เวลาไปบรรยายก็บอกคนอื่น ๆ ว่าทำเถอะเศรษฐกิจพอเพียง ถ้ามีกำลังพอทำได้ พระองค์ท่านทรงสอนอีกว่า ให้แบ่งปันก่อน เหลือแล้วถึงขาย อย่าเสียดาย เดี๋ยวจะมีสิ่งดี ๆ กลับมา แล้วก็มีจริง ๆ

เวลามีคนมาเยี่ยม มาดูงานที่สวนก็มีเอาเสื้อผ้า อาหารการกินมาแบ่งปัน ในสวนลุงบอกใครอยากได้ อยากกินอะไรก็กิน พอยึดตามคำสอนของพระองค์ ชีวิตลุงไม่มีคำว่าตกต่ำ สุขภาพแข็งแรงดี ไม่เคยเจ็บป่วย ยังขึ้นต้นตาล 80 กว่าต้นด้วยตัวเอง

ลุงอยู่อย่างพอเพียง ไม่ทำอะไรเกินตัว ถ้าไม่มีเงินสดจะไม่ซื้อ พระองค์ท่านทรงสอนไว้ว่าให้ออมเงิน ลุงก็ออมมาตลอด ไม่มีหนี้ตั้งแต่อายุ 26 ปี หลังจากเข้าเฝ้าฯ พระองค์” ลุงน้อยบอกทิ้งท้ายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

แหล่งที่มา: thousandreason

เรียบเรียงโดย item2day.com