ไปต่อไม่ไหว อูเบอร์ ปลดลูกจ้างประจำกว่า 3,000 คน ซีอีโอ งดรับเงิน

    436

    สถานการณ์ของบริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยีระดับโลก เริ่มวิกฤติหนัก มาถึงจุดเริ่มปลดพนักงาน เพราะทนผลกระทบจาก Covid 19 ไม่ไหวแล้ว เลิกจ้างไปแล้วกว่า 4 หมื่นคน ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท Uber (อูเบอร์) แพลตฟอร์มเรียกรถโดยสารจากสหรัฐอเมริกา ไปทั่วโลก

    ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 3,700 คน คิดเป็นประมาณ 14 เปอร์เซ็น ของจำนวนพนักงานทั้งหมด 26,900 คน โดยล่าสุดไตรมาสแรกของปีนี้ Uber มีผลประกอบการขาดทุน 2,900 ล้านดอลลาร์

    Lyft คู่แข่งของ Uber ก็เลิกจ้าง 982 คน และพักงานอีก 288 คน โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมาขาดทุน 398 ล้านดอลลาร์ มากันที่ Airbnb ธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นตัวกลางให้คนแบ่งห้องในบ้าน หรือที่พักของตัวเอง เป็นห้องเช่าสำหรับนักท่องเที่ยว จนมีผู้ร่วมให้บริการจำนวนมาก ใช้บริการหลายสิบล้านคนทั่วโลก จนมีมูลค่าธุรกิจถึง 30,000 ล้านดอลลาร์

    แต่สัญญาณก็ไม่ดีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะเริ่มขาดทุน จนเมื่อเจอวิกฤติ Covid 19 คนเลิกเดินทาง และแน่นอนว่าอย่างที่ผู้บริหารกล่าวในแถลงการณ์กับพนักงานเรื่องเลิกจ้าง ที่ทำให้เห็นว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะเปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน 1,900 คน คิดเป็นประมาณ 25 เปอร์เซ็น ของพนักงานทั้งหมด

    Yelp เว็บไซต์รีวิว และให้เรตติ้งร้านค้า ร้านอาหาร ไตรมาสแรกขาดทุน 15.5 ล้านดอลลาร์ ต่างจากช่วงเดียวปีก่อนที่กำไร 1.4 ล้านดอลลาร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ในที่สุดก็ต้องตัดใจเลิกจ้างพนักงาน 1,000 คน และพักงาน 1,100 คน หลังจากพยายามลดต้นทุน ผู้บริหารลดเงินเดือนของตัวเองแล้ว

    อีกหนึ่งบริษัทอย่าง WeWork ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในลักษณะ ให้เช่าพื้นที่ทำงาน สำหรับบริษัทที่ไม่มีออฟฟิศของตัวเอง เคยเติบโตระดับยูนิคอร์น แต่สัญญาณไม่ดีตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะขาดทุน ในที่สุดก็ไม่พ้นวิกฤติช่วงนี้ ต้องเลิกจ้างพนักงาน 250 คน

    นี่เป็นสภาพเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่ง layoff tracking site ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงานในธุรกิจเทคโนโลยี มีตัวเลขรายงานว่าบริษัทสตาร์ทอัพ 375 แห่ง มีการเลิกจ้างพนักงานแล้ว 42,000 คน ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

    แหล่งที่มา : tnnnews.com,Khaosod.co.th, siamnews.com