อั๋น ปาลิตา ออกจากค่าย “ได้หมดถ้าสดชื่น” อีกคน พร้อมเผยสาเหตุแยกทาง

1248

จากกรณีเกิดดราม่ากับ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ล่าสุดนักร้องสาวยังโดนเรื่องดราม่าอีก เมื่อมีศิลปินในค่ายอย่าง อั๋น ปาลิตา ที่เพิ่งมีซิงเกิลเพลง “ได้หมดถ้าสดพอ” และเปิดตัวมิวสิกวิดีโอไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนรายละเอียดในโปรไฟล์เฟซบุ๊กและเปลี่ยนแปลงเบอร์ติดต่องาน

เมื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวพบว่า อั๋น ปาลิตา ออกจากค่ายได้หมดถ้าสดชื่นจริง เนื่องจากเรียนอยู่ที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี แต่ค่ายเพลงอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ไกลกัน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องการเงินและคิวการแสดงหรือไม่ มาดูคำตอบกัน

ถามถึงข่าวนักร้องทยอยออกจากค่ายได้หมดถ้าสดชื่น คนเดาว่าน่าจะเป็นอั๋น ปาลิตา?

“ตอนนี้น้องอั๋นออกจากค่ายแล้วค่ะ สาเหตุหลักคือน้องเรียนอยู่ที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี แต่ค่ายเพลงอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช ทีนี้ก็ต้องเดินทางไปกลับคนละจังหวัดซึ่งมันไกล ทำให้น้องเรียนตามเพื่อนไม่ทัน

แล้วเหลืออีกปีเดียวน้องก็จะเรียนจบ ม.6 แล้ว น้องเลยคุยกับทางบ้าน ก็เลยตัดสินใจกลับมาเรียนต่อให้จบ เลยขอออกจากค่าย ซึ่งน้องไม่ได้เซ็นสัญญาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

ทางน้องอั๋นได้คุยกับเจนนี่ถึงเรื่องนี้แล้วรึยัง?

“คุยแล้วค่ะ เขาก็ไม่ว่าอะไร เขาเข้าใจ เขาก็บอกว่าทุกคนมีทางเดินของตัวเอง ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเจนนี่เกี่ยวกับเรื่องเงิน เพราะตอนนี้ข่าวโจมตีเยอะมาก?

“เอาจริง ๆ นะ ก็คุยกับพี่สาวของน้องอั๋น ถามว่ามันมีส่วนมั้ย มันมีส่วนนะ แต่เราเข้าใจเพราะว่าเราไม่ได้อยู่ค่าย เราไม่ได้ออกคอนเสิร์ต แล้วเรื่องเงินค่าคอนเสิร์ตเราไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งเราอยู่ไกล เราไม่สะดวกที่จะไปขึ้นคอนเสิร์ตอยู่แล้ว เรื่องค่าตัว

การที่เขาให้เยอะให้น้อย พี่มองว่าอย่างน้อยน้องก็ได้ แต่ไม่ได้คิดว่าจะได้เยอะหรืออะไร เพราะเราไม่ใช่คนดัง เป็นเด็กคนนึง เขาให้เราก็รับไว้ ที่สำคัญก็คืออย่างน้อยเราได้ชื่อเสียง ได้โชว์ความสามารถ เขาให้นะ แต่ว่าให้เยอะหรือน้อยคือเรื่องนึง”

กับเงินที่ได้ รู้สึกสมเหตุสมผลมั้ย?

“ก็มองว่าสมเหตุสมผลนะสำหรับน้อง เพราะน้องไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงมาก่อน แต่เราจะทำอะไรไม่ได้ สมมติว่าถ้าน้องเซ็นแล้วน้องไม่มีงานก็จบเลย เพราะว่าน้องไม่ได้ไปขึ้นไง เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว อย่างก่อนที่น้องจะไปประกวดน้องมีรับงานร้องเพลงงานบวชงานแต่ง มันก็จะได้เรื่อย ๆ

แต่ถ้าน้องมาแล้วเป็นแบบนี้ น้องก็ไปทำแบบนั้นไม่ได้แล้วค่ะ เราก็เลยมองว่างั้นเราไปเรื่อย ๆ ดีกว่า พร้อมกับการที่เราได้เรียนหนังสือด้วย และมีงานของเรานิด ๆ หน่อย ๆ

ถ้าเรียนจบแล้วเราจะได้ไม่ต้องมาห่วง ไม่งั้นก็จะไม่ได้เรียน ไม่ได้สักอย่าง ไม่สุดสักทาง ก็คุยกันไว้นานแล้วแหละว่าเรายังไม่อยากจะเซ็น เชื่อว่าหลายคนก็คิดแบบนี้ แต่เขาแค่ไม่ออกมาพูดเท่านั้uเอง”

กลัวมั้ยว่าน้องอั๋นก็ออกจากค่ายช่วงนี้พอดีอีกแล้วจะโยงดราม่าเรื่องเงินมั้ย?

“คือในแชตน้องเขาคุยกับเพื่อนไป มันก็สื่อไปเรื่องเงินอยู่แล้วไง เอาจริง ๆ น้องไม่มีเงินไปโรงเรียนจริง ๆ ต้องมาขอแม่ จากที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยขอ น้องทำงานหาเงินเองมาตลอด แต่ตอนนี้น้องมาขอแม่ขอพี่เพื่อไปโรงเรียน จ่ายค่าเทอม”

แสดงว่าตั้งแต่น้องมาอยู่ที่ค่าย ก็ขาดรายได้จากงานตรงนี้ที่เคยทำไป?

“ใช่ค่ะ ก็ขอแม่ขอพี่ตลอด ซึ่งค่าเดินทางต่าง ๆ ต้องออกเองค่ะ แต่เขาก็พูดว่าเพลงเอาไปร้องได้นะ แต่อนาคตส่วนแบ่งก็จะไม่ได้แล้วนะ เราไม่ได้ติดตรงนั้นเพราะว่าเราก็ผิดด้วยส่วนนึงที่เราไม่ชัดเจน ถ้าเราจะไม่ทำ เราน่าจะบอกเขา เราก็โอเค ถ้าอนาคตคุณไม่แบ่งส่วนแบ่งจากเพลงนี้ให้ เราก็โอเคไม่ติดอะไรค่ะ

(ไม่ติดใจว่าจะต้องได้ส่วนแบ่ง 70/30?) ใช่ค่ะ เพราะถึงไม่เซ็นก็เหมือนเซ็นทุกอย่าง หมายถึงว่ากฎกติกาต่าง ๆ ที่อยู่ด้วยกันเท่าที่พี่ดูก็คือไม่เซ็นก็เหมือนเซ็น เพราะทุกอย่างต้องผ่านค่ายหมด ไม่สามารถรับงานเองได้”

ด้วยระยะทางไกล เดินทางก็มีค่าใช้จ่าย เรียนก็ไม่ทันเพื่อน เลยทำให้น้องอั๋นรู้สึกว่าไม่เหมาะกับตรงนี้?
“ใช่ค่ะ เอาจริง ๆ เราเดินทางไปขึ้นคอนเสิร์ตกับเขา 2-3 คืน แค่ค่าเดินทางก็ไม่คุ้มแล้วแหละ

แต่ที่น้องอยากไปเพราะในมุมของน้องคือน้องไม่อยากจะเสียโอกาส เหมือนทิ้งโอกาสไป แต่เอาจริง ๆ ที่เราไปแล้วเราได้ค่าตัว มันไม่คุ้มกับที่เราเสียหรอก ถ้าพูดถึงความคุ้มเรื่องเงินนะคะ

แล้วมันกระทบการเรียนด้วยเพราะมันใช้เวลาค่อนข้างนาน คนอื่น ๆ ในค่ายเราเข้าใจเพราะเขาเรียนอยู่ที่โน่น แล้วพักอยู่ที่ค่าย ถ้าน้องเรียนอยู่ที่โน่นก็อาจจะทำต่อก็ได้ค่ะ ซึ่งจุดประสงค์ของเราที่ไปประกวดตอนแรกก็คืออยากเข้าไปอยู่ในเกิร์ลกรุ๊ป 4-5 คน

ซึ่งตอนนั้นน้องประกวดจนเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย แต่น้องก็ตกรอบคนแรกเลย จากนั้นถึงได้มาออกเป็นศิลปินเดี่ยว เพราะเขาบอกว่าจะให้เป็นศิลปินเดี่ยวค่ะ เขาเลยมาทำเพลงเดี่ยวให้”

เสียดายโอกาสมั้ย?

“ส่วนตัวพี่มองว่าที่เราอยู่ก็พอรู้แล้วค่ะว่าอะไรเป็นอะไร ก็เลยมองว่าถ้ามันเหมือนเดิม แล้วทุกคนก็หวังว่าจะมีอนาคต จะมีงาน แต่พอเรามองแล้วว่าถ้าอยู่แล้วมันเหมือนเดิม เราออกดีกว่า เพื่อที่เราจะได้ไม่ปิดกั้นตัวเอง พี่ก็แนะนำน้องไปแบบนี้ ซึ่งตอนนั้นก็ถามไปว่าโอเครึเปล่า เขาก็บอกว่าอยากออก

เราก็เลยให้เขาออก เพราะพี่มองแล้วว่ามันไม่ต่าง ตอนแรกเรายังพอมีได้งานบ้าง มีงานบุญงานบวชกับวงดนตรีเก่าที่เคยรับด้วยกัน แต่พอไปอยู่แล้วเหมือนเดิมเลย ไม่ติดต่อมา

ช่วงที่น้องไปอยู่ค่ายมีคนติดต่องานมาเยอะมาก เราก็แจ้งให้ติดต่อผ่านค่ายตลอด เพราะข้อตกลงคือติดต่อผ่านค่าย เราไม่รับงานเอง นี่คือไม่ได้เซ็นสัญญานะ แต่ต้องติดต่อผ่านค่าย”

มีคนติดต่องานเยอะมาก แต่พอติดต่อผ่านค่าย ทำไมน้องถึงไม่ได้งานล่ะ?

“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ก็งง ส่วนใหญ่ที่ติดต่อมาแล้วพี่จะเป็นคนดูก่อนว่างานอะไร พี่จะสแกนก่อน แล้วเราก็ไม่อยากให้ผิดใจกัน ทีนี้พี่ก็เลยบอกให้ติดต่อผ่านค่าย

พอติดต่อผ่านค่ายก็หายไปเลย งานก็ไม่ได้มาถึง เขาอาจจะรับเรตทางค่ายไม่ได้รึเปล่า เพราะเคยมีคุยกับคนนึง เขาก็บอกว่าทำไมแพงจัง เขาก็มีต่อรองนะ

แต่เราก็บอกว่าไม่ได้จริง ๆ พอดีว่ากฎคือต้องติดต่อผ่านค่าย ก็เลยไม่ได้รับงานนั้นไป แล้วมีอีกหลายเคสที่หายไปเลยโดยที่เราไม่รู้ว่าเขายังไง เราก็เลยไม่ได้สักบาทเลย แต่หลังจากนี้น้องก็รับเองเต็มที่เลย

คือไม่ได้กะจะต้องรวยกับการเป็นศิลปิน เพียงแต่ว่าอย่างน้อยน้องจะได้เงินค่าขนมไปโรงเรียน ไม่เดือดร้อนพ่อแม่ก็พอแล้ว เพราะบางวันน้องก็มายืมแม่ ยืมคนอื่น คนที่ปล่อยแชตหลุดไปเขาก็ทักมาทวงตังค์ เพราะน้องเคยยืมเงินเขา แล้วเขาทักมาทวงตังค์ว่าน้องมีตังค์บ้างมั้ย ไปอยู่ค่ายแล้ว เขาคิดว่าเราคงมีเงินน่ะ

แล้วน้องเลยบอกไปตรง ๆ ว่าหนูไม่มีเงินเลย ไม่ได้งานเลย ที่บ้านก็คุยกันเรื่องจะออก เราก็พูดกันตรง ๆ ว่าเราไม่ค่อยได้งาน เราเลยไม่มีเงิน นั่นคือเหตุผลนึงเหมือนกัน”

สรุปคือข้อความแชตในเพจนั้นเป็นของน้องอั๋น?

“ใช่ค่ะ นั่นคือแชตที่หลุดไปเป็นคนที่น้องเคยไปยืมเงิน เป็นคนในวงดนตรีเก่า แล้วน้องเคยยืมเขา และน้องมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าเป็นคนที่เคยยืมเงิน คุยกันไปหลายวันแล้ว แต่แชตเพิ่งมาหลุด น้องก็เลยบอกไปตรง ๆ เอาจริง ๆ น้องก็ไม่คิดว่าเขาจะเอาไปลงด้วย”

น้องเครียดมั้ย เพราะพอแชตหลุด คนก็โยงดราม่าเลย?

“ก็เครียดค่ะ แต่ตอนนี้เราไม่ได้อยากมีปัญหา เลยยังไม่ได้ออกมาโพสต์อะไร น้องก็ยอมรับว่าเป็นแชตของหนูนะ หนูคุยจริง แล้วขอโทษเขา หนูไม่ได้เป็นคนปล่อยนะ คุยกันส่วนตัวว่าเป็นแชตของหนูนะ

ยังไงถ้าพี่เห็นแล้วหนูก็ถือโอกาสบอกพี่เลยแล้วกันว่าหนูขอออกนะ ก็บอกเหตุผลเรื่องการเรียนและหลาย ๆ อย่าง เรื่องระยะทางด้วย เรื่องที่เราไม่ได้งานด้วย เรื่องขึ้นคอนเสิร์ตด้วยค่ะ”

แต่ความสัมพันธ์ของน้องอั๋นและเจนนี่ก็ยังสามารถเจอกันคุยได้เหมือนเดิมมั้ย?

“ไม่รู้เขานะ คงเจอได้มั้งคะ ไม่น่าจะอะไรกัน แต่เราไม่รู้เนอะว่าข้างในเขาคิดอะไร แต่เราไม่ได้ติดอะไรกับเขา เราไม่รู้หรอกว่าเขาคิดหรือไม่คิดอะไร แต่ถ้าให้เคลียร์ก็เจอได้ค่ะ”

โอกาสร่วมงานในอนาคต?

“ก็ไม่ได้ติดนะคะ เพราะว่าเราก็ขอบคุณเขาส่วนนึงที่ทำให้น้องมีคนรู้จัก บางส่วนที่มีผู้ติดตามเพราะจากการที่น้องไปค่ายเขา ฐานแฟนคลับก็มาจากเขาส่วนนึง เราก็ขอบคุณเขา ขอบคุณแม่เขา ขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในค่าย เพราะอยู่ที่โน่นเขาก็ดูแลดีเรื่องการกินค่ะ”

ในเรื่องเพลง “ได้หมดถ้าสดพอ” ถ้าน้องอั๋นจะเอาไปร้องต้องขอค่ายก่อน หรือไม่สามารถร้องได้เลย?
“เขาพูดเองว่าเอาไปร้องได้นะ แต่เราคงไม่ร้อง เพราะเราไม่รู้ว่าถ้าร้องไปแล้วจะเกิดเรื่องอะไรรึเปล่า

เราเลยเลือกไม่ร้องดีกว่า เพราะมันไม่ใช่เพลงเราด้วยแหละ เราร้องก็จริง แต่เพลงเป็นของเขา เป็นเพลงที่ทางเขาทำ ก็กลัวเรื่องลิขสิทธิ์เหมือนกัน ก็เลยเลือกที่จะรับทราบแต่ก็คงไม่เอาไปร้องค่ะ”

ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน?

“เรื่องเงินไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะมันจะมีปัญหาอะไรได้ คนที่อยู่ในค่ายเองเขาก็ยังต้องหากินต่อไป บางคนไม่กล้ามีปัญหาหรอก แล้วเขาจ่ายเงินจริง ๆ นะ จ่ายจริงทุกรอบแหละ แต่ให้เยอะให้น้อยอีกเรื่องนึงค่ะ

เราก็ไม่อยากจะเป็นประเด็นกับเขา เพราะเขาก็โดนเยอะแล้ว แล้วเราไม่อยากมีซีนดราม่าจากเขา เอาจริง ๆ เราแค่อยากอยู่ในส่วนของเรา มีงานก็ทำไปเรื่อย ๆ ค่ะ”

แหล่งที่มา: thairath

เรียบเรียงโดย item2day.com