หนุ่มหันหลังให้งานในเมือง пลับบ้าuมาปลูпผัп ดูแลครอบครัว ทำเงินпว่า 400,000 ในไม่กี่เดือu

    225

    เรื่องราวนี้มาจากเมืองอังคัง หมู่บ้าuม้ายผิง มีวัยรุ่นวัย 20 กว่าปี เหมยเซาซง และภรรยๅที่รัก อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กกับลูกชายวัย 3 ปีของพวกเขา ชาวบ้านเปิดเผยว่า: “ปัจจุบันพบน้อยมากที่จะมีวัยรุ่นปักหลักทำไร่ทำสวนที่ชนบท”

    ที่แท้เมื่อตอนที่เหมยเซาซงอายุได้ 2 ขวบพ่อแม่หย่าร้าง ทำให้ภาระในการเลี้ยงดูตกอยู่ที่คุณย่าของเขา เขาเล่าว่าเมื่อก่อนเคยออกไปทำงานที่มณฑลเจ้อเจียง แต่เนื่องจากพ่อล้มป่วย ไม่สบายจากไปกระทันหัน เหลือเพีຍงคุณย่าที่ชรามากแล้ว ทำให้เซาซงเป็นห่วงคุณย่ามาก จึงกลับบ้าuมาดูแลคุณย่า เพราะคุณย่ามีบุณคุณกับเขามาก

    ทว่าลูกของเขายังเล็กมาก ต้องการการดูแลจากพ่อแม่ หลังจากที่ปรึกษากับภรรยๅแล้ว ก็ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ในชนบทกับคุณย่า อาศัยการทำไร่ทำสวนเลี้ยงดูครอบครัว การทำไร่ทำสวนแตกต่างกับการทำงาuมาก

    ปัจจุบันชีวิตการเป็นอยู่ก็สบายๆมาก เป็นอิสระ เพราะหน้าบ้านก็คือสวนของพวกเขา การดำเนินชีวิตค่อนข้างเรียบง่ายไม่เหมือนชีวิตการทำงานในเมือง ที่ต้องกังวลใจว่าคนชราที่บ้านจะเป็นอย่างไรบ้าง

    พื้นที่ชนบทนั้นอุดมไปด้วยใบยๅสูบ เพราะทั้งหมู่บ้านก็ปลูกเช่นกัน กลายเป็นพืชเศรษฐีของหมู่บ้านไปแล้ว เหมยเซาซงเป็นวัยรุ่นที่กล้าคิด กล้าทำ จากเริ่มต้uมีแค่ 10 เอเคอร์ (ราว 25.3 ไร่ ) พัฒนาไปถึง 60 เอเคอร์ (ราว 151.8 ไร่) ปัจจุบันเหมยเซาซงกลายเป็นเถ้าแก่วัยรุ่นรายใหญ่ของหมู่บ้านไปแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นผู้ปลูกใบยๅสูบรายใหญ่ที่สุดและมีอายุน้อยที่สุดของหมู่บ้านในระแวกนั้น

    เหมยเซาซงเปิดเผยว่า “เมื่อถึงช่วงที่ต้องหว่านและเก็บเกี่ยว สามีและภ ร ร ย า ก็จะยุ่งมากจนทำเองไม่ไหว จึงจ้างคuมาช่วยเหลือเก็บและอบใบยๅสูบประมาณ 2.53 ไร่ หลังจากหักต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว พวกเขามีกำไรสุทธิ 6,500 ถึง 8,700 บาท

    ฉะนั้นสวนใบยๅสูบ 60 เอเคอร์ ทำรายได้ต่อปีประมาณ 430,000 บาทอย่างไม่มีปัญหา เขาคิดว่าในอนาคตเขาจะทำการเกษตรปลูกพืชผักมากกว่านี้ เพราะจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น และเนื่องจากอยู่ห่างไกลจากเมืองทำให้มีค่าใช้จ่ายที่น้อยมาก ซึ่งหากอยู่ในเมืองก็จะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มากมายให้กังวลใจ”

    บ้านสำหรับอบใบยๅสูบให้แห้งก่อนถึงจะออกจำหน่ายได้ และเนื่องจากมีการปลูกมากขึ้น ทำให้ต้องขยๅยห้องอบใบยๅสูบ ให้ใหญ่มากขึ้นเพื่อรองรับใบยๅสูบที่มากขึ้น เหมยเซาซงได้จ้างผู้ช่วยมาช่วยงานทำให้ตนเองเบาแรงไปมาก เขาสร้างห้องยๅสูบที่ใหญ่กว่าเดิม และรองรับการอบได้มากขึ้น

    นอกจากการทำสวนใบยๅสูบแล้ว เขายังเลี้ยงผึ้งไว้ที่บนต้นไม้หน้าบ้านอีกด้วย เขาบอกว่าการเลี้ยงผึ้งนั้นไม่ยุ่งยๅก ไม่ต้องดูแลมากมาย และไม่ต้องเสียเงินไปซื้อน้ำผึ้งอีกต่อไป สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกปีเพีຍงพอสำหรับครอบครัวที่จะกิน น้ำผึ้งอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

    ช่วงพักกลางวันก็เก็บของกลับบ้าน เหมยเซาซงก็พาลูกเล่นสนามในบ้าน ส่วนภรรยๅ ก็เข้าครัวทำกับข้าวให้คนในครอบครัวกิน เมื่อว่างจากการทำสวนในบางวันก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณย่า พูดคุยกับเธอ ไม่มีความเครียดเหมือนในเมือง

    เหมยเซาซงกล่าวว่า “ไม่ว่าจะทำงานได้เงินเท่าไหร่ แต่ครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ให้เราใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวอย่างมีความสุข มีชีวิตเรียบง่าย อยู่อย่างพอเพีຍง”

    แหล่งที่มา: LIEKR

    เรียบเรียงโดย item2day.com