ส่งวีรบุรุษกลับบ้าน ขอบคุณที่ทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย เราชาวโคราชจะไม่ลืมพวกคุณ

    1335

    ส่งวีรบุรุษกลับบ้าน#ขอบคุณที่ทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย เราชาวโคราชจะไม่ลืมพวกคุณ#วีรบุรุษร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ตำรวจพลร่มรุ่น74 นสต.2/49ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ สังกัดอรินทราช 26ภาพ : วิฑูรย์ พิพัฒน์ขจรชัย

    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ ที่หมู่ 7 บ้านดงมะตื๋น ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา หรือผู้กองปุ๊ อายุ 35 ปี ผบ.หมวด (สบ.1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กกต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. หน่วยอรินทราช 26 ที่เสียชีวิต เนื่องจากเข้าเคลียร์สถานการณ์ก่อเหตุในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา กระทั่งจนท.เข้าเคลียร์พื้นที่เช้านี้เป็นเหตุ ร.ต.อ.ตระกูล ถูกยิงเสียชีวิต

    ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้านหลายคนเดินทางมาให้กำลังใจนายก๋วน ทาอาษา อายุ 63 ปี และนางเพียรศรี ทาอาษา อายุ 57 ปี บิดาและมารดา โดยมีการนำรูปถ่ายของร.ต.อ.ตระกูล ซึ่งถ่ายไว้ตั้งแต่เรียนหนังสือ รับปริญญาและการปฏิบัติงานหน้าตำรวจทุกพื้นที่ออกมาดูเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี รวมทั้งทำความสะอาดห้องนอนของ ร.ต.อ.ตระกูล ให้เป็นครั้งสุดท้าย

    นายก๋วน บิดาของ ร.ต.อ.ตระกูล เล่าว่ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชาย แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทำได้เพียงทำใจให้เข้มแข็งไว้เท่านั้น ทันทีที่ทราบข่าว ทุกคนโดยเฉพาะนางเพียรศรีร้องไห้อย่างหนัก จนน้ำตาแทบไม่มีให้ร้องแล้ว ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน ลูกชายได้โทรมาหาให้ขายสวนยางที่มีอยู่ประมาณ 7 ไร่ ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะขายมาก่อน โดยบอกว่า เป็นห่วงพ่อแม่จะได้มีเงินมาใช้เลี้ยงหลานและครอบครัวไม่ต้องลำบาก แต่ไม่ทันได้ชายก็มาจบชีวิตเสียก่อน

    ส่วนกำหนดบำเพ็ญกุศลนั้นยังไม่ได้กำหนดต้องรอกำหนดการจากทางตำรวจต้นสังกัดของทางบุตรชายกำหนดมาอีกที เดิมทีตั้งใจจะจัดงานศพไว้ที่บ้าน แต่ทางตำรวจมาดูแล้วบอกคับแคบก็ได้นำไปจัดบำเพ็ญกุศลภายในวัดประจำหมู่บ้านแทน ด้าน นางเพียรศรี แม่ของ ร.ต.อ.ตระกูล กล่าวว่า ลูกชายเป็นคนนิสัยดีมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยเรียนไม่เคยเกเรตีใคร ขยันทำงานช่วยเหลือพ่อแม่ครอบครัวมาโดยตลอด

    พอทำงานก็เลยเป็นเสาหลักของครอบครัว เพราะลูกชายยังไม่มีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู มีเพียงแฟนสาวแต่ก็ยังไม่ได้มาอยู่เป็นครอบครัว ปกติจะทำงานที่กรุงเทพมหานครนานๆ ทีจะกลับมาบ้านครั้งหนึ่งเพื่อเอาเงินมาให้พ่อแม่ได้ใช้จ่าย ซึ่งปกติลูกชายจะห่วงพ่อแม่ไม่ยอมบอกเล่าถึงอันตรายในการทำงานให้ฟังเลย บอกเพียงว่าไม่ต้องห่วงแม้จะอันตรายก็ไม่ถึงขั้นเสียชีวิตหรอก แต่พ่อแม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้คอยบอกลูกชายให้ทำงานด้านสำนักงานดีกว่าไม่ต้องทำงานในส่วนปราบปรามมันอันตราย

    ก่อนหน้านี้ ตอนลูกชายไปรับตำแหน่งใหม่ได้ไปทำงานที่ จังหวัดยะลา เพื่อนๆ ตำรวจก็เคยประสบเหตุเสียชีวิตมาแล้ว ก็เลยเป็นห่วงก็เตือนบุตรชายไปหลายครั้ง ซึ่งบุตรชายก็บอกเพียงว่าไม่ต้องห่วงการทำงานก็มีเสี่ยงบ้างเพราะมาเพื่อรับใช้ประเทศชาติ

    นางเพียรศรีกล่าวด้วยว่า ก่อนเข้าไปปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ก็ไม่ได้โทรบอก แต่ไม่รู้ทำไมก่อนหน้านี้ 3 วัน กลับบอกให้ขายสวนยาง เพราะอยากเอาเงินให้พ่อแม่เหมือนลางบอกเหตุ จนกระทั่ง มาประสบเหตุทันทีที่ทราบข่าวแทบจะเป็นลม

    ถ้ารู้ว่าลูกชายเป็นตำรวจแล้วต้องมาจบชีวิตแบบนี้ ย้อนเวลากลับไปได้ไม่ให้เป็นตำรวจเสียดีกว่า หากซื้อชีวิตลูกชายกลับมาเท่าไหร่ก็จะซื้อ เพราะลูกชายเหมือนเสาหลักของครอบครัว แต่ต้องมาต้องจากไปก่อนวัยอันควรอย่างไรก็ตาม ตอนนี้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วทางครอบครัวก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ก็ต้องพยายามทำใจ แม้จะสูญเสียลูกชายไป แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายเสียชีวิตในหน้าที่รับใช้ประเทศชาติและประชาชน

    แหล่งที่มา : thaihothit.com

    เรียบเรียงโดย : item2day.com