สาวใหญ่เจอทารกน้อยหน้าบ้าน รับเลี้ยงเป็นลูกแท้ ๆ ดูแลมา 42 ปี ไม่มีบ่น แม้เขาสมองพิการ

    87

    เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เรื่องราวชีวิตของ เผิง เหลียงฉิง คุณแม่ชาวจีนผู้ทุ่มเท วัย 73 ปี ได้กลายเป็นกระแสไวรัลและทำให้สังคมออนไลน์ต่างซาบซึ้งในหัวใจอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ ที่ดูแลลูกชายพิการ วัย 42 ปี

    อย่างเต็มที่ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเธอ และไม่เคยคิดทอดทิ้งเขา แม้ว่ามันจะเป็นงานที่หนักหนาสาหัสมากก็ตาม ทั้งหมดนี้เพราะคำว่ารักของแม่คำเดียว เรื่องราวของแม่ลูกคู่นี้ต้องย้อนกลับไปในปี 2521 ตอนนั้น เหลียงฉิง ยังมีอายุ 31 ปี

    ประกอบอาชีพเป็นพยาบาลอยู่ในเมืองฉางชา มณฑลหูหนาน ทางตอนล่างของประเทศจีน อยู่มาวันหนึ่ง เธอพบเด็กทารกแรกเกิดเพศชายนอนอยู่ในตะกร้า พร้อมกับกระดาษระบุวันเดือนปีเกิด วางทิ้งไว้หน้าบ้าน ด้วยความที่เหลียงผิงและสามีไม่มีลูกเป็นของตัวเอง

    พวกเขาจึงตัดสินใจรับเด็กกำพร้าคนนี้มาเลี้ยงในทันที เพราะมองว่าโชคชะตาได้ประทานมาให้แล้ว โดยเด็กชายตัวน้อยได้นำพาความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะมาสู่ครอบครัวของเหลียงผิง ทว่า 2 ปีหลังจากนั้น

    ครอบครัวก็พบเจอกับข่าวช็อกครั้งใหญ่พวกเขาสังเกตได้ว่าเด็กชายมีพัฒนาการที่ผิดปกติ ไม่สามารถหัดเดินได้ แม้ว่าจะอายุ 2 ขวบแล้ว พวกเขาจึงพาเด็กไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบความจริงว่าเขาประสบภาวะสมองพิการ หรือ CP (Cerebral Palsy

    แพทย์แจ้งกับเหลียงผิงและสามีว่า อาการของเด็กจัดว่าหนัก เขาอาจจะพูดไม่ได้ และเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต สามีและแม่สามีของเหลียงผิง ตัดสินใจว่าจะไม่เลี้ยงเด็กคนนี้อีกต่อไป ทั้งคู่บอกให้เหลียงผิงยกเขาให้กับศูนย์อุปการะเด็กกำพร้า

    แต่เหลียงผิงปฏิเสธ และตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ว่าจะเลี้ยงลูกชายคนนี้ต่อไปตอนนั้นฉันคิดแต่เพียงว่า ฉันเลี้ยงเด็กคนนี้กับมือมาตั้ง 2 ปีแล้ว ความรู้สึกผูกพันมันท่วมท้นค่ะ เหลียงผิง เล่าย้อนถึงความหลังหลังจากตัดสินใจแล้ว

    เหลียงผิงได้ตั้งชื่อให้กับเด็กน้อยว่า จื่อเสียง ซึ่งแปลได้ว่า ผู้โบยบินด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความหวังว่าเขาจะมีอนาคตที่สดใสเหมือนดั่งชื่อ เธอพาจื่อเสียงตระเวนไปหาหมอหลายที่ เขารับการรักษามามากมาย แต่ไม่เป็นผลอย่างไรก็ตาม

    เหลียงผิงยังคงให้การดูแลเขาอย่างเต็มที่ ด้วยความรักจากใจ ทว่าเรื่องนี้ก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะเธอผิดใจกับสามีตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจเก็บเด็กคนนี้ไว้ และทำให้เขาห่างเหินกับเธอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปี

    จากปีเป็นสิบปีและหลายสิบปี จื่อเสียงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาไม่สามารถช่วยเหลือหรือพึ่งพาตัวเองได้เลย เหลียงผิงต้องคอยดูแลเขาทุกอย่าง ทั้งป้อนข้าว ป้อนน้ำ อาบน้ำ เช็ดตัว ใส่เสื้อผ้าให้ และช่วยขยับร่างกาย โดยที่ไม่เคยบ่นหรือคิดเสียใจแม้แต่ครั้งเดียว

    จนกระทั่งปี 2554 สามีของเหลียงผิงเสียชีวิต เธอจึงเหลือรายได้เพียงช่องทางเดียวคือเงินบำนาญของตัวเองอย่างไรก็ตาม เหลียงผิงยังคงรักจื่อเสียงเหมือนลูกในอกและดูแลเขาต่อไป จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งเขาอายุได้ 42 ปีแล้ว เหลียงผิง

    เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา เธอได้พบเจอทั้งความสุขล้นและความทุกข์สาหัส แต่เธอก็ไม่เคยคิดเสียใจที่รับจื่อเสียงมาเป็นลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียวความดีและความเสียสละของเหลียงผิงได้กลายเป็นที่กล่าวขาน

    เธอได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติจากรัฐบาลท้องถิ่นในฐานะผู้เป็นแบบอย่างอันดีงามด้านคุณธรรม จริยธรรมเรื่องราวของเธอยังถูกหยิบยกไปรายงานโดยสำนักข่าวซินหัว (China Xinhua News) สำนักข่าวที่ใหญ่ที่สุดของจีนอีกด้วย

    และผู้คนทั้งแผ่นดินใหญ่ก็ซาบซึ้งถึงความดีของหญิงแกร่งผู้นี้เหลียงผิง กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะดูแลลูกชายคนนี้ต่อไป จนกว่าจะถึงวันที่ตัวเองสิ้นลม

    ขอบคุณข้อมูลจาก Daily Mail