ต้องรู้! คนขับรถอย่ามองข้าม สัญญาณไฟ บนหน้าปัดรถ ต้องดูให้เป็น

471

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ขับรถบ่อยครั้ง คุณคงจะสังเกตเห็นกับ สัญญาณไฟ เตือนตรงหน้าปัดบนรถของคุณ และเชื่อว่าคุณไม่รู้ความหมายทั้งหมดบนหน้าปัดนั้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆในการขับรถที่คนขับรถทุกคนควรที่จะต้องรู้ว่ามันคืออะไร และหากมีสัญญาณเตือนคุณจะต้องทำการแก้ไขในจุดไหนบ้าง

วันนี้เราเลยมีความรู้เกี่ยวกับในเรื่องของ สัญญาณไฟ เตือนบนหน้าปัดรถของคุณ ให้คุณได้รู้ถึงความหมายและวิธีการรับมือได้อย่างถูกต้อง

หากเรามองตามภาพเราจะเห็นได้ชัดเจนว่า ลำดับความสำคัญตามสีเลย มีสีแดง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งสีแดงแสดงให้เห็นว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุดหากมีสัญญาณเตือนขึ้นอย่ามองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงจะส่งภัยต่อตัวคุณในขณะขับขี่

สีเหลืองนั้นจะหมายถึงว่า ยังขับใช้งานต่อไปได้นะ แต่จะต้องระมัดระวังการใช้งานด้วย

ถ้าหากไปเป็นสีเขียวแปลว่ากำลังใช้งานอุปกรณ์รถยนต์นั้น อยู่และใช้งานได้ปกติดี

สัญญาณไฟเตือน

1 ตู้จ่ายน้ำมันจะมีจุดเดือนอยู่ที่ด้านล่าง ถ้าขึ้นแบบนี้นั้นแสดงว่ากรองน้ำมันรถของคุณกำลังมีปัญหา อาจจะตันหรือมีน้ำมันเยอะจนเกินไป ฉะนั้นควรนำตัวกรองไปเช็คดูที่ศูนย์รถ

2 สัญญาณไฟรูปตู้จ่ายน้ำมัน หากมีไฟในขึ้นมานั่นแสดงว่า น้ำมันของคุณใกล้จะหมดควรที่จะต้องมองหาปั๊มน้ำมัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังคงวิ่งได้สักพักใหญ่ ส่วนสามเหลี่ยมเล็กๆนั่นแสดงให้เห็นว่า ถังน้ำมันของตัวรถควรอยู่ฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาจะได้เปิดถูก

3 รูปตะเกียงน้ำมันหยด มันกำลังบอกว่าน้ำมันในเครื่องยนต์มีน้อยเกินไปนะ จนไม่สามารถจะเอาไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ได้แล้ว ฉะนั้นก็ควรงดใช้และตรวจเช็คน้ำมันเครื่องให้ดีก่อนออกจากบ้าน

4 รูปปรอทมีขีดระดับน้ำ หมายความว่าระบบการระบายความร้อนของรถมีปัญหาบางอย่างแล้วนะ อาจจะพัดลมหม้อน้ำไม่ทำงานน้ำยาหล่อเย็นรั่ว หรือปัญหาอื่น จะต้องรีบหยุดรถแล้วหาทางแก้ไขทันที

5 เครื่องหมายตกใจกลางวงกลม หรือ เบรก ซึ่งถ้าขึ้นแบ บนี้จะเป็นได้ 2 แบบ ก็คือดึงเบรกมือยังไม่สุด แต่ถ้าหากลดลงมาแล้วสัญญานเตือนยังอยู่แปลว่าระบบเบรกมีปัญหานะจะต้องรีบจัดการโดยเร็ว

6 แบตเตอรรี่ขั่ว + และ – หากตัวนี้ขึ้นมาแปลว่าไดร์ชาร์จมีความผิดปกติแล้วนะ หรืออาจจะเสียแล้วก็ได้ หรือไม่มีการจ่ายไฟให้รถยนต์ ถ้ายังฝืนใช้ต่อก็คงไม่ดีฉะนั้นควรจะตรวจเช็คกันด้วย

7 ABS หากตัวนี้ขึ้นมาให้คิดไว้เลยว่าเบรกรถมีปัญหาแล้ว ควรงดการใช้งานแล้วรีบส่งศูนย์ซ่อมในทันที

8 สัญญาณถุงลมนิรภัย ซึ่งเป็นจุดที่บอกว่าถุงลมของคุณนั้นยังใช้งานได้ปกติดีอยู่หรือไม่ ไฟนี้จะขึ้นมาหลังที่เราทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ประมาณ 5 วินาที แต่ถ้าหากว่าหลังจากนั้นยังมีสัญญาณไฟเตือนอยู่ นั่นแสดงว่าถุงลมมีปัญหาควรต้องรีบเข้าไปเช็ค

9 รูปเครื่องยนต์ สัญญาณนี้มาได้จากหลายสาเหตุ นั้นแปลว่าเครื่องยนต์ของคุณกำลังมีปัญหาอย่างแน่นอน คงที่จะต้องรีบเข้าอู่รถหรือศูนย์รถให้เขาทำการตรวจสภาพรถ

สัญญาณไฟเตือนเหล่านี้เป็นส่วนที่สำคัญมากๆ คนขับรถทุกคนควรที่จะต้องรู้ความหมายและรู้จักวิธีแก้เอาไว้ เพราะถ้าหากว่าเราปล่อยปะละเลย มันจะส่งผลเสียต่อตัวรถส่งภัยมาถึงตัวคุณ ในขณะที่คุณกำลังขับขี่

แหล่งที่มา : bitcoretech.com, share-si.com