แบ่งปันประสบการณ์ สอบครูผู้ช่วย คนสมาธิสั้นก็อ่านหนังสือจนสอบติดได้

    182

    อีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่อยากนำมาบอกต่อวันนี้ เมื่อครูท่านหนึ่งได้มาบอกเล่าประสบการณ์การสอบ ครูผู้ช่วย โดยเธอสามารถสอบผ่านได้ในครั้งแรก ซึ่งเธอก็ได้มาเผยเทคนิคดีๆ

    “ประสบการณ์การสอบครูผู้ช่วย ครั้งแรกและครั้งเดียวติด “ฉบับคนสมาธิสั้นติดมือถือ”

    ก่อนอื่นเลยดิฉันอยากจะขอชี้แจงตรงนี้ว่าโพสต์นี้เป็นโพสต์วิทยาทาน ไม่ใช่โพสต์เพื่อการโอ้อวดแต่อย่างใด

    เพราะดิฉันเคยผ่านจุดที่นั่งดูคนที่สอบผ่านเพื่อที่จะนำมาพัฒนาตัวเองและเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเองว่าสักวันฉันจะเป็นคนๆนั้น

    ดิฉันจะมาเเชร์ประสบการณ์ตรงที่ดิฉันเจอมากับตัวเอง ในการสอบครูผู้ช่วยปี2563 ปีที่หลายคนต้องยอมรับว่าข้อสอบหินที่สุด โหดที่สุด คัดคนไปดาวอังคารรึปล่าว เพราะมีผู้สอบผ่านเพียงแค่10,375 คน จาก 159,314 คน หรือเฉลี่ยรวม 6.86% จาก 100% ทั่วประเทศ

    ดิฉันเป็นบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจบใหม่ที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจนเลยค่ะว่า จะต้องใส่ชุดขๅวรับปริญญา เท่ๅนั้น!(เสียงพี่สุนา) และฉันก็ทำมันสำเร็จค่ะดิฉันสอบได้ลำดับสามของ กศจ.พังงา และได้บรรจุเป็นข้าราชการครูในรอบแรกค่ะ

    ออกตัวก่อนเลยว่าดิฉันไม่ได้เป็นเด็กเรียนจ๋าเลยนะคะ ไม่ใช่หนอuหนังสือ ออกแนว work hard play harder เลยซะด้วยซ้ำ เพื่อนรู้ อาจารย์รู้ ทุกคนรู้ หนูนาแปลว่าอิสระ จุดเริ่มต้นเลยคือ เป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆที่ทุกคนต้องตั้งมั่นเลยว่า “เราจะต้องสอบติด” ห้ามดูถูกตัวเองเด็ดขาดว่าทำไม่ได้ ย้ำ! ห้ามดูถูกตัวเองเด็ดขาด (รับบทสาวมั่นไปเลย)

    ต่อมาสิ่งที่เราควรทำคือ พยายามปรึกษารุ่นพี่หรือคนที่เขาสอบติดว่ามีเทคนิคยังไง แบ่งเวลายังไง อ่านหนังสืออะไร ติวสำนักไหนดี นี่คือสิ่งที่ฉันทำในช่วงแรกพี่เขาช่วยแนะนำได้ดีจริงๆ

    เทคนิคการอ่านหนังสือสอบฉบับคนสมาธิสั้นติดมือถือหรือโรคโนโมโฟเบีย

    – ตั้งเป้าหมายให้ชัดวางกรอบให้ดี ว่าจะอ่านวิชานี้ๆๆให้จบภายในกี่วัน เพราะคนสมาธิสั้นต้องอยู่ในกรอบถ้าไม่มีกรอบชีวิตจะวุ่นวายล่ะ และอย่าลืมให้รางวัลกับตัวเองนะคะ เช่น ถ้าฉันอ่านบทนี้จบฉันจะไปกินชานมไข่มุก ทำแบบฝึกหัดนี้เสร็จฉันจะไปเล่นกับแมวกี่นาทีก็ว่าไป

    – วันที่ประกาศปฎิทินการสอบออก เราต้องฮึดกว่าเดิมร้อยเท่าพันเท่า วางแผนเลยว่าในเวลา นนี้เราจะวางแผนตัวเองยังไง ส่วนตัวฉันแล้วจะอ่านจบเป็นภาค แล้วแต่ละภาคจะแยกเป็นวิชาในแต่ละวัน จะอ่านแค่วันละวิชาเพื่อกันเราเอ๋อ และจะเลือกอ่านวิชาที่ไม่ฉนัดก่อน

    พยายามใช้เวลากับมันมากๆ พยายามอ่านเนื้อหาทุกอย่างให้จบก่อนวันสอบ1เดือน เพราะเดือนสุดท้ายเราจะมาตะลุยอวกาศเอ้ย ! ตะลุยข้อสอบกันค่ะ แต่ถ้าเกณฑ์วันและเวลาสอบยังไม่ออกเรายิ่งต้องอ่านให้เยอะๆเพราะเวลาที่เราเสียไป 1 ชม. หรือ 1 วันนั้นมีค่ามาก อย่าลืมเกณฑ์การสอบจะยากขึ้นไปเรื่อยๆ

    – นาฬิกาใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะเจ้านาฬิกาจะสามารถบังคับคนสมาธิสั้นอย่างเราให้เป็นคนเห็นค่าของเวลามากขึ้น

    – ห่างกันสักพักกับเจ้ามือถือของเรา บอกนางอีก1ชั่วโมงเจอกันแล้วปิดไวไฟแจ้งเตือนทุกอย่างแล้ววางห่างๆไปเลย แล้วอ่านหนังสือให้จบหรือครบเวลาก็ไปมาเล่นสัก10นาที แล้วทำวนอยู่แบบนี้จนติดเป็นนิสัย สัญญากับตัวเองว่าสอบติดวันไหนจะนั่งไถสามวันสามคืนไปเลย

    – อ่านแล้วจดเลคเชอร์ไหม?

    ดิฉันเชื่อว่าบางคนเป็นสายจด ส่วนบางคนไม่ใช่สายจดเลย ดิฉันคือกึ่งกลางของคนพวกนี้ค่ะ แรกๆก็จดค่ะแต่หลังนี้ปล่อยเซอร์เลย เพราะว่าประสาทการรับรู้ของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ

    – ถ้าอ่านหนังสือจนรู้สึกน่าเบื่อ

    แนะนำให้ค้นโลก Internet ได้ค่ะ เราอาจจะหาอ่านตามเว็บตามเพจต่างๆที่เขาเเชร์กัน หรือทีเด็ดเลยก็คือ โหลดข้อสอบมาทำแนะนำเลยวิธีนี้เพราะเราต้องคิดว่ายิ่งทำเยอะเท่าไหร่เรายิ่งเข้าใกล้เส้นชัยมากขึ้นเท่ๅนั้น

    โดยเฉพาะวิชาเอก แนะนำให้ไปโหลดข้อสอบ O-Net ย้อนหลังมาสัก10ปีมานั่งทำ แต่เราต้องมีวิจารณญาณนะคะเพราะข้อมูลบางอย่างอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการอัพเดทเพิ่มมากขึ้น

    – ปากกาสี ไฮไลต์เน้นคำต่างๆต้องมีนะคะ

    เพราะถ้าเราเหลือเวลาอ่านน้อยแล้วเราได้เน้นคำไว้แล้วเราอ่านแค่นั้นก็ได้

    – พยายามทำความเข้าใจมากกว่าใช้ความจำค่ะ

    เพราะข้อสอบสวนดุสิต เป็นเชิงวิเคราะห์คิดขั้นซ้อนขั้น

    – เวลาไหนที่รู้สึกอ่านไม่ไหวแล้ว ไม่เข้าใจเรื่องนี้เลย

    แนะนำให้เปิด YouTube หรือวิดีโอตามที่สำนักติวต่างๆดูค่ะ พยายามจับ concept ให้ได้ โดยเฉพาะพวกกฎหมาย พรบ.ต่างๆ เอาที่ถูกจริตเราเลยแบบฟังสำนักไหนแล้วไม่ง่วง

    – ติวสำนักไหนดี?

    สำหรับฉันแล้ว ฉันติวแค่2สำนัก คือ ขงเบ้ง และบัวแสงใส ขอบคุณตัวเองที่พยายามรับบทสาวมั่น ไปนั่งติวขงเบ้งคนเดียว เพราะเพื่อนเท (เพื่อนตัวย่อ อ น 555) และภูมิใจมากที่มาเลือกติวกับสำนักบัวแสงใส คือรู้เรื่องมากกกกก

    – แล้วแบ่งเวลายังไง?

    เป็นคนนึงที่มีตารางเวลาอ่านหนังสือนะ แต่ไม่เคยทำได้555 แต่จะทำได้จากปฎิทินอ่านหนังสือคือวันนึงจะอ่านไหนยังไงก็ได้เอาที่สบายใจแต่วันนั้นต้องจบ!!

    – หา relax times

    อันนี้สืบเนื่องมาจากการทำปฎิทินการอ่านหนังสือสอบเลย อย่างเช่น สัปดาห์นี้ฉันจะไปเที่ยวกับครอบครัว 1วัน เดือนหนึ่งไป Hangouts กับเพื่อนสัก1ครั้ง

    – เวลานอนสำคัญ

    สำหรับคนอื่นไม่รู้แต่สำหรับฉันเวลานอนสำคัญมาก เพราะสมองจะมีประสาทรับรู้และการจดจำที่ดีเมื่อเราพักผ่อนเพียงพอ นี่คือลบแอปในโทรศัพท์ทิ้งหลายแอปมากเพื่อไม่ให้เข้าไปดู คิดว่าบรรจุได้วันไหนยันสว่างก็ไม่มีใครว่า

    – หา inspiration

    แปะไปเลยฝาบ้านอ่ะ คำพูดที่เป็นพลังบวกให้เราฮึด รูปคนที่เรารัก เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจ ภาพฝันที่เราอยากเป็น มองมันแบบนี้ทุกๆวัน แล้วคิดว่าฉันต้องทำได้ นี่ส่วนตัวนั่งฟังเพลงนักสู้สีกากีทุกวัน ย้อมใจก่อนหนังสือทุกครั้ง

    – คำเดียวที่สามารถชนะทุกอย่างบนโลกได้

    คือคำว่า อดทน ฉันโตมากับคำๆนี้จริงๆ เวลาที่เหนื่อยมากๆ เรารู้สึกว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ก็จะพูดคำนี้กับตัวเองเสมอ พยายามมองผลลัพธ์ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน

    – สนามสอบนี้เราต้องกลัวคู่แข่งไหม? คำตอบคือ ไม่ค่ะ สนามนี้ไม่มีคู่ต่อสู้ เพราะเราทุกคนแค่แข่งกับเกณฑ์คะแนนการสอบเท่ๅนั้นซึ่งมันโหดมากเพราะฉะนั้นเราต้องพาตัวเองให้รอดพ้นผ่านเกณฑ์คะแนนสอบให้ได้

    – เคยร้องไห้บ้างไหม?

    ตอบเลยว่า บ่อยมาก  เพราะเราแบกความหวังของครอบครัว

    ถึงแม้เขาไม่เคยพูดแต่เรารู้ว่าเขาหวัง วันนี้ดิฉันเลยรู้ว่าทุกๆคนที่ได้อ่านโพสต์นี้ คือความหวังของครอบครัว รู้ว่าทุกคนกดดัน รู้ว่ามันหนักมาก ทุกคนคะความพยายามและความอดทนเท่ๅนั้นจริงๆ

    และโพสต์นี้ดิฉันได้แนบใส่เลคเชอร์วิชาการศึกษาของฉันไว้ด้วย เพราะมันมีค่า 75 คะแนน มันอาจจะไม่ได้น่าอ่านมากหรือสวยมาก แต่อยากจะแบ่งปันให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆครูได้อ่านกันค่ะ หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนนะคะ

    เส้นทางสู่ความฝันของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่หากมีความพยายามก็จะประสบความสำเร็จได้ ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังเดินตามฝันอยู่ได้ค่ะ

    แหล่งที่มา : thaihitz.com

    เรียบเรียงโดย : item2day.com