สว.เสียงแตก สละเงินเดือนช่วย โควิด ชี้เงินไม่เยอะ แถมมีภาระมาก

    893

    สว.เสียงแตก เสรี สุวรรณภานนท์ เห็นด้วยหักเงินเดือนส.ว.ช่วยโควิด แต่กิตติศักดิ์ คัดค้าน เหตุเงินเดือนส.ว.ไม่มาก แถมต่างคนก็มีภาระลงพื้นที่

    วันที่ 7 เม.ย.นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีการเรียกร้องให้ส.ส.และส.ว. สละเงินเดือน เพื่อนำไปสมทบทุนแก้สถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19ว่า ส่วนตัวยินดีสละเงินเดือนส.ว.ทั้งหมด เพื่อนำไปช่วยเหลือคลี่คลายการระบาดของเชื้อโควิด-19 และเชื่อว่าส.ว.ทุกคนก็เห็นด้วยกับหลักการสละเงินเดือนเพื่อนำไปช่วยเหลือในการจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือให้รัฐบาลนำไปใช้จ่ายในการหยุดยั้งการแพร่ระบาด ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะสละเงินเดือนได้มากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละคนมีภาระความจำเป็นในการใช้จ่ายไม่เหมือนกัน

    “ในสภาวะโรคระบาดเช่นนี้ การช่วยเหลือกันเป็นสิ่งสมควร ส.ว.ทุกคนทำงานกันตลอด ไม่ได้อยู่เฉยๆ มีการหารือกันตลอดเวลา ที่ผ่านมานำสิ่งของไปแจกประชาชนตลอด มีทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ส่วนที่รัฐบาลจะกู้เงิน1.6ล้านล้านบาท มาใช้แก้สถานการณ์โควิด-19นั้น ถือเป็นความจำเป็น แต่เมื่อกู้แล้วต้องบริหารจัดการใช้เงินให้ดี มีความระมัดระวังในการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนจริงๆ ไม่ไปเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดหรือไปสร้างภาระในอนาคตมากเกินไป แต่ถ้าจะไม่ให้กู้เลยก็คงไม่ได้ เพราะถ้ากลัวไปหมดทุกเรื่องก็แก้ปัญหาไม่ได้”นายเสรี กล่าว

    นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย หากจะให้ส.ว.สละเงินเดือนทั้งหมดไปช่วยแก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เพราะต่อให้ส.ส.-ส.ว.สละเงินเดือน 3 เดือนก็ได้เงินมากสุดแค่ 300 กว่าล้านบาท ไม่สามารถนำไปแก้ไขอะไรได้มาก ส.ส.และส.ว.ทุกคนไม่ได้รวยเหมือนกันทุกคน บางคนมีแค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่มีภาระค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่มาก ดังนั้นการสละเงินเดือนจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาได้ ประเทศ ไทยยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก ถังแตกถึงขนาดที่ต้องให้ส.ส. ส.ว. และข้าราชการต้องสละเงินเดือนทั้งหมด รัฐบาลมีงบประมาณช่วยเหลืออยู่แล้ว

    “คนที่เสนอประเด็นนี้มา อย่าแค่เอามันทางการเมือง ที่ผ่านมาส.ว.ทุกคนสละเงินเดือนบางส่วนนำไปบริจาค และซื้อของ ซื้อหน้ากากแจกชาวบ้านทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ประกาศตัวเป็นข่าว เราไม่ได้อยู่เฉยๆ โดยไม่ช่วยเหลือประชาชนเลย คนที่ไม่ชอบส.ว.อย่ามาจุดประเด็นเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องดรามา”นายกิตติศักดิ์ กล่าว

    ส่วนนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายของรัฐบาลในการจัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19โดยใช้นโยบายเบาไปหาหนักตั้งแต่การขอความร่วมมือภาคประชาชน หน่วยงานต่างๆได้รับความร่วมมือจากสังคม สถานการณ์ขณะนี้ประชาชนตระหนักแต่ไม่ตระหนก มีความเข้าใจการป้องกันตนเอง ทำให้วันนี้สถิติผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน แต่เรื่องที่ต้องเฝ้าระวังคือ การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จทำให้เกิดความตื่นตระหนกรวมถึงข่าวลือรัฐบาลจะประกาศเคอร์ฟิวตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่เป็นจริงอย่างยิ่ง เพราะสถานการณ์ขณะนี้มีทิศทางดีขึ้นเหมือนเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ จึงไม่จำเป็นต้องประกาศเรื่องดังกล่าว

    อยากให้ประชาชนกลั่นกรองข้อมูลต่างๆที่ได้รับมาให้ดี หยุดแชร์ หยุดส่งต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในประเทศได้ ขณะนี้ยังต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน จะเห็นได้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศทำงานอย่างหนักให้ทุกคนปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19รวมถึงฝ่ายรัฐบาลก็ทำงานหนักเพื่อสกัดกั้นเชื้อไวรัสไม่ให้แพร่กระจายไป ขณะที่ฝ่ายค้านก็ร่วมมือกับรัฐบาล ทุกองคาพยพต้องร่วมใจกันต่อสู้กับสงครามเชื้อไวรัสนี้อย่างสุดกำลังความสามารถ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แล้วคนไทยจะผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปได้

    แหล่งที่มา : tnnthailand