มีรายได้ทางเดียว เหมือนมีหลอดไฟดวงเดียวในห้อง จำไว้อย่าฝากทั้งชีวิตไว้กับรายได้ทางเดียว

279

มีคนเคยบอกว่าเดี๋ยวนี้ทำงานประจำอย่างเดียวคงไม่พอ หัวหน้าครอบครัวหลายๆ ครอบครัวก็ต่างพากันหาอาชีพเสริมทำกัน แม่บ้านที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกก็พยายามหาทางช่วยสามี ลูกๆ หลายบ้านก็ทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนกันมากมายเพื่อหาค่าเทอมบ้าง หาค่าขนมบ้าง ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่บ้าง

ไม่เพียงแต่เท่านี้หลายๆ ครอบครัวต่างปลูกฝังให้ลูกๆ ของตนนั้นคิดสร้างธุรกิจส่วนตัว ในขณะที่ยังทำงานประจำอยู่ สอนให้แบ่งเวลา ให้เตรียมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมได้ประกาศปิดตัวลงและทำให้ต้องเลิกจ้างพนักงานถึง 400 ชีวิต วันนี้เรามีบทความดีๆ มาฝากกันค่ะ เผื่อใครอ่านแล้วจะได้ทบทวนและวางแผนชีวิตได้ดีขึ้น

“ถ้าวันนึงเราเจอเหตุการณ์แบบนั้น เราจะมีทางไปหรือเปล่า” รายได้ทางเดียวเหมือนมีหลอดไฟดวงเดียวในห้อง เพราะได้เท่าเดิมทุกเดือน แม้กำลังไฟจะแรงมาก แต่ถ้าหลอดขาด ทั้งห้องก็มืดมิด บางคนบอกว่า ทำงานประจำมีอาชีพที่มั่นคง นั่นไม่เสมอไปหรอกค่ะ ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตเราสักอย่าง

รายได้หลายทาง เหมือนมีหลอดไฟหลายดวง แม้แต่ละหลอดจะกำลังไม่แรงมาก แต่ก็ส่องให้ห้องสว่างได้ และหากหลอดใดขาดลง หลอดอื่นก็ยังส่องให้ความสว่างห้องได้อยู่

ลองคิดง่ายๆ ว่าถ้าพรุ่งนี้เราตกงาน ครอบครัวเราจะอยู่ได้ไหม ถ้าหากคุณมีแผนสองแผนสามรองรับเอาไว้แล้ว นั่นย่อมแสดงว่าคุณมีหลอดไฟหลายดวง และพร้อมเสมอหากหลอดใดหลอดนึงดับไป

เราอยู่ในยุคที่อยากรู้อะไรก็ศึกษาได้แค่ปลายนิ้วพิมพ์ google ความประมาทที่สุดของยุคนี้จึงเป็นการหยุดทำตัวเองให้เก่งขึ้น หยุดพัฒนาตัวเอง เพราะคิดว่าชีวิตก็มั่นคงดี เดี๋ยวสิ้นเดือนเงินก็ออก แต่ไม่เคยตระหนักว่าวิกฤตก็มาได้ทุกเมื่อเช่นกัน ความมั่นคงไม่ได้วัดกันในยามปกติ…เราหาได้มากเท่าไร? แต่วัดกันตอนที่ในยามวิกฤตเรายังมีรายได้เข้าเท่าไร

อย่าฝากทั้งห้องไว้กับไฟหลอดเดียว อย่าฝากทั้งชีวิตไว้กับรายได้ทางเดียวประสบการณ์การทำงานไม่ได้อยู่ที่ว่าใคร search google ได้เร็วกว่ากัน แต่อยู่ที่คุณแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแค่ไหน ซึ่งการแก้ปัญหาได้นั่นย่อมหมายถึง คุณต้องมีความรู้อยู่ในหัวอย่างหนาแน่นพอที่จะประมวลผลความรู้ทั้งหมดออกมาได้

แหล่งที่มา : ลิงรู้เรื่อง