สาวปล่อยให้พ่อวัย 95 ปี ดูแลแม่ตามลำพัง พอเห็นภาพนี้ ทนไม่ไหว รีบกลับไปหาพ่อทันที

393

เรื่องราวที่เรานำมาฝากวันนี้ มาจากสื่อต่างประเทศ ซึ่งได้รายงานว่า ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ชื่อ นาโอโกะ โนบูโตโม (Naoko Nobutomo) ได้บันทึกและเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับชีวิตของพ่อแม่

เพราะ “ภาวะสมองเสื่อม” จากแม่บ้านที่ชาญฉลาดและมีคุณธรรมได้กลายเป็นเหมือนเด็กที่ต้องการคนดูและเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และเพราะเหตุนี้เองทำให้เธอตัดสินบันทึกเรื่องราวของพ่อแม่ไว้

แหล่งข่าวท้องถิ่นเปิดเผยว่า ในปีที่ นาโอโกะ โนบูโตโม อายุ 58 ปี เธอพบว่าคุณแม่ที่ยิ่งใหญ่ของเธอกำลังทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยที่รุนแรงบางอย่าง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังมองโลกในแง่ดีและมีความสุขกับชีวิตมาก ส่วนนาโอโกะก็ใช้ความรักในการดูแลให้กำลังใจ จนทำให้แม่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับโรคนี้

แต่ต่อมาแม่ของเธอก็ได้รับความทุกข์ทรมานจาก โรคภาวะสมองเสื่อม เธอมองดูความพยายามของแม่ในการดิ้นรนอย่างยากลำบาก อีกทั้งในตอนนั้นแม่อายุ 96 แล้ว

ส่วนคุณพ่อก็ต้องเลี้ยงดูแม่ และเริ่มเรียนรู้ที่จะทำงานบ้านขึ้นมา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกและเป็นครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะเธอตัดสินใจลาออกจากงานในเมืองเพื่อเดินทางกลับบ้านดูแลพ่อแม่ทั้งสอง

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ พ่อพยายามให้แม่ทำตามเป้าหมายในชีวิตให้สำเร็จ แต่ไม่ใช่เพราะคนในครอบครัวจึงหยุดก้าวเดินต่อไป นาโอโกะได้ถ่ายบันทึกชีวิตประจำวันของพ่อแม่ และผลงานชิ้นนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งประเทศ ตลอดเวลาการบันทึกภาพ 1,200 วัน

และการบันทึกคลิปในครั้งนี้ก็กลายเป็นคลิปที่จดจำและน่าประทับใจของผู้คนเป็นจำนวนมาก คุณพ่อวัย 95 ปีที่กำลังใช้ร่างกายที่แก่ชราในช่วงบั้นปลายชีวิต เดินไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เขาค่อย ๆ เดินอย่างช้า ๆ

ในระหว่างทางคุณพ่อพยายามให้กำลังใจตนเองตลอดเวลา จากภาพเราจะรู้ว่าเขาเหนื่อยมากเพียงใด แต่คุณพ่อก็กัดฟันสู้แบบสุด ๆ จนลูกสาวอย่างนาโอโกะเห็นแล้วก็อดสงสารและเห็นใจไม่ได้ และภาพนี้ก็ทำให้เธอเข้าใจและรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งว่า “นี่คือความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่มิอาจสั่นคลอน” ของพ่อแม่

นาโอโกะกล่าวว่า คลิปการบันทึกนี้ในตอนแรกไม่ได้ใช้ “โรคสมองเสื่อม” เป็นหัวข้อหลัก แต่ถ่ายทำเพื่ออยากให้คนจำนวนมากตระหนักถึงความพยายามมีชีวิตอยู่ของพ่อแม่ ที่มีความระมัดระวังเพื่อความอยู่รอด สำหรับนาโอโกะแล้ว “การมีชีวิตอย่างจริงจังทุกวัน” เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การเคารพ

นอกจากนี้เธอยังหวังว่า ผู้คนจำนวนมากสามารถให้ความสนใจกับการดูแลเอาใจใส่ชีวิตคนชรา ผมหงอกให้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคืออยากให้เราย้อนกลับไปดูแลพ่อแม่ของตนเองให้มากขึ้น

แหล่งที่มา: Liekr

เรียบเรียงโดย item2day.com