ผู้ใหญ่บ้าน โป๊ะแตก แจ้งเสียชีวิ ตลูกบ้านแทนญาติ ฮุบเงิน8 หมื่น สุดท้ายยังมีชีวิต

    7598

    ชาวบ้าน ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า มีผู้ใหญ่บ้านแจ้งเสียชีวิ ตลูกบ้านตัวเองแทนญาติ แล้วพยายามเบิกเงินฌาปนกิจเกือบ 8 หมื่นบาท จึงอยากให้มาตรวจสอบ เพราะร้องเรียนนานกว่า 5 เดือน แต่คดีไม่คืบ หวั่นมีผลประโยชน์ทับซ้อน

    ด้านนายต่วน ดีชัยรัมย์ วัย 59 ปี กล่าวว่า หลานตัวเองชื่อนายสมเกียรติ บริสุทธิ์ วัย 51 ปี ออกไปทำงานกับญาติที่ จ.ระยอง เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่เคยกลับบ้าน ต่อมาในเดือนธันวาคม 2562 ชมรมฌาปนกิจศ พผู้สูงอายุตำบลตูมใหญ่ ก็มาเก็บเงินค่าศ พ ศ พละ 50 บาท

    เมื่อดูใบเสร็จก็พบว่า ผู้เสียชีวิ ตคือหลานตัวเอง และคนที่แจ้งว่าหลานตัวเองเสียชีวิตคือ นายสมศักดิ์ พรภิญโญยิ่ง ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งที่ครอบครัวไม่รู้เรื่องมาก่อน เมื่อไปสอบถาม อีกฝ่ายก็บอกว่า มีคนข้างบ้านแจ้งมาว่านายสมเกียรติเสียชีวิ ตแล้ว จึงเดินทางไปแจ้งเสียชีวิ ตแล้วคัดออกจากทะเบียนบ้านทันที ยอมรับว่า ไม่ได้ไปสอบถามญาติก่อน

    หลังจากนั้น ทางญาติได้ไปร้องที่ อ.คูเมือง จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านกลับไปแก้เอกสารใหม่ ให้ผู้เสียชีวิ ตคืนชีวิตในเอกสาร ส่วนเงิน 8 หมื่นที่ต้องได้จากการเสียชีวิตเพราะเป็นสมาชิกชมรมฯ ทางญาติก็ยังไม่ได้รับเงิน ตอนนี้ผ่านไป 5 เดือน เรื่องยังเงียบ

    ส่วนนายสมศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ตอนนั้นทราบข่าวจากญาติว่า นายสมศักดิ์เสียชีวิตไปแล้ว เพราะหายสาบสูญไป ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านยอมรับว่าสะเพร่า จึงไปแจ้งเสียชีวิ ตด้วยตัวเอง ไม่ได้สอบถามใคร ส่วนการนำชื่อนายสมเกียรติมาเป็นสมาชิกชมรม เป็นความคิดของภรรยาตนเอง

    ด้านนางลำไย พรภิญโญยิ่ง ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ตอนนั้นนายสมเกียรติถือว่าไม่มีญาติ เพราะพ่อแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว และนายสมเกียรติก็มาคุยกับตนว่า อยากให้นำชื่อเข้าไปเป็นสมาชิกชมรมฯ ด้วย ถ้านายสมเกียรติเสียชีวิ ตจะได้มีเงินทำศ พให้ ดังนั้นตนจึงทำให้ และเป็นผู้จ่ายเงินค่าศ พ ศ พละ 50 บาท

    หากสมาชิกเสียชีวิตตลอด 10 ปี ซึ่งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์หากนายสมเกียรติเสียชีวิตก็คือตน แต่ว่าตอนนี้ ตนก็ยังไม่ได้รับเงิน เพราะแก้ไขในเอกสารไปแล้วว่า นายสมเกียรติยังมีชีวิตอยู่

    ขณะที่ ช่อง 3 รายงานว่า นายสุทัศน์ ภูมิพยัคฆ์ ประธานชมรมผู้สูงอายุฯ กล่าวว่า เมื่อ 7 ปีก่อนผู้ใหญ่บ้านได้นำชื่อนายสมเกียรติมาสมัครเป็นสมาชิกชมรมฯ ตนจึงสอบถามหลักฐานตามระเบียบ ต้องมีทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบรับรองแพทย์ และคนตัวเป็น ๆ แต่

    ผู้ใหญ่บ้านมีเพียงสำเนาบัตรประชาชนเท่านั้ น ตนก็อนุโลมให้ เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ และน่าจะกลั่นกรองมาแล้ว กระทั่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านนำใบมรณะบัตรมาแจ้งขอเบิกเงินฌาปนกิจนายสมเกียรติ ตนก็ดำเนินการตามระเบียบ ออกใบสั่งให้ไปเก็บเงินสมาชิกครอบครัวละ 50 บาทที่กว่า 1,470 คน เป็นเงินกว่า 7 หมื่นบาท

    ต่อมา ญาตินายสมเกียรติก็คัดค้านการจ่ายเงิน อ้างว่ายังมีชีวิต ตนก็สั่งให้ยุติการเก็บเงินดังกล่าวแล้ว และขอให้ผู้ใหญ่บ้านไปคืนชาวบ้าน ส่วนญาติของนายสมเกียรติ ก็พยายามติดต่อเจ้าตัว พร้อมเตรียมเอาผิดผู้ใหญ่บ้าน เบื้องต้นการค้นหาจากทะเบียนราษฎร พบว่ายังมีชีวิตอยู่

    แหล่งที่มา : ช่อง 3 ข่าวช่องวัน, siamnews.com