ครูผู้เสียสละ ทำห่อหมกขๅย หารายได้เข้าโรงเรียน ให้เด็กได้เรียนฟรี กินฟรี

    130

    เรื่องราวของครู ผู้เสียสละ อย่าง “ครูบุปผาชาติ” ครูใหญ่โรงเรียนวิชาวดี โรงเรียนเอกชนเล็กๆ ที่เป็นที่พึ่งของเด็กที่ยากจน เด็กๆ ทุกคนได้กินฟรี เรียนฟรี เพราะครูใหญ่ช่วยเหลือ

    โรงเรียนวิชาวดี จ.นครสวรรค์ เป็นโรงเรียนเอกชนเล็ก ๆ ที่ก่อตั้งมา 73 ปีแล้ว เพื่อให้เด็กยากจนในชุมชนได้เข้าถึงการศึกษา ตามปณิธานของผู้ก่อตั้งโรงเรียนและเป็นครูใหญ่ในยุคเริ่มแรก คือ ครูเปรมวดี จำปาสุต

    เมื่อครูเปรมวดีเสีย ครูสมาน สามีเป็นครูใหญ่ต่อ แต่เมื่อสังขารร่วงโรย และเริ่มเป็นอุปสรรคต่อการดูแลโรงเรียน คุณตาสมานจึงขอให้ครูบุปผาชาติ หมุนสา ซึ่งเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งนี้มานานจึงเป็นครูใหญ่ต่อ เพราะได้รับความไว้วางใจมากสุด

    “ครูมาเป็นครูอยู่ที่นี่ ตั้งแต่จบ ม.ศ.3 ใหม่ ๆ ตั้งแต่ปี 2511 คุณตาสมานและคุณยายเปรมวดี ได้รับไว้ ตอนนั้นเงินเดือนแค่ 150 บาท แต่ตอนนั้นข้าวสารก็ราคาเพียง 20 บาท เราก็พออยู่ได้”

    “พอทำงานนาน และเรียนต่อ จนจบปริญญาโท ก็สอนอยู่ที่นี่ตลอด จึงเป็นที่ไว้วางใจของคุณตาสมาน เพราะท่านเห็นว่าเป็นครูที่ตั้งใจสอน และอยู่นานกว่าเขา ก็ได้รับมอบหมายว่า บุปผาดูแลโรงเรียนให้คุณตานะ ก็ช่วยดูแลเพราะท่านแก่แล้ว

    เผอิญท่านมาลื่นล้ม และเสียไป ก็รับปากกับท่านว่า จะดูแลให้ดีที่สุดคุณตาไม่ต้องห่วง ท่านอยากให้โรงเรียนนี้เป็นวิทยาทาน ทั้งคุณตาคุณยายท่านรักโรงเรียนนี้มาก ” ครูบุปผาชาติ หมุนสา ครูใหญ่โรงเรียนวิชาวดี กับวัย 71 ในวันนี้ ย้อนที่มาของโรงเรียนและการได้เป็นครูใหญ่ของที่นี่

    73 ปีแล้วที่โรงเรียนวิชาวดีให้การศึกษาและทักษะอาชีพแก่เด็ก ๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า ปัจจุบันมีนักเรียนในความดูแล 65 คน ซึ่งมีทั้งเด็กไทยและต่างด้าว เปิดสอนตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.6

    “มีผู้ปกครองบอก ครูเปิดถึง ม.3 หน่อยได้ไหม เราไม่มีกำลัง เงินมันน้อย เมื่อก่อนสมัยก่อน ที่โรงเรียนอยู่ได้ เพราะรัฐอุดหนุนเงินเดือนครู แต่หลังจากนั้น รัฐเปลี่ยนเป็นการอุดหนุนรายหัวนักเรียน เพราะฉะนั้นโรงเรียนเรา

    เด็กต่ำกว่าเกณฑ์ก็มี แต่เราไม่มีเปิดอนุบาล 2 เด็กนานาชาติที่มาอยู่กับเรา (ต่างด้าว) (สองประเภทนี้ไม่ได้อยู่ในระบบที่จะเบิกค่าใช้จ่าย เงินอุดหนุนจากรัฐบาล) ตอนนี้มีเด็กทั้งหมด 65 คน อยู่ในระบบแค่ 44 คน นอกนั้นไม่ใช่ 20 กว่าคนเป็นภาระที่โรงเรียนต้องให้อยู่ให้กิน ดูแลเขาไป”

    “โรงเรียนนี้เด็กน่าสงสารมาก และเป็นโรงเรียนเอกชนเเห่งเเรกในประเทศไทยก็ว่าได้ ที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียน ไม่เก็บค่าการศึกษา บำรุงอะไรไม่เก็บ มีแต่ทางโรงเรียนหาให้เด็ก โดยการนำของครูใหญ่ ซึ่งเป็นคนที่โอบอ้อมอารี รักเด็กมาก คือต้องการยกการศึกษา

    เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ยากจน พ่อแม่ก็ไปรับจ้าง ส่วนใหญ่อยู่กับตา ยาย ป้า บางครั้งเด็กขาดความอบอุ่น ก็มาได้รับความอบอุ่นที่โรงเรียนจากครูบ้าง ครูใหญ่บ้าง เช้ามาโรงเรียน บางทีก็ไม่ได้ทานอาหารมา

    แต่ทางโรงเรียนก็จัดให้ มีอาหารเช้า อาหารกลางวัน และมีนมให้ ซึ่งเด็กก็ ในย่านนี้ และมีเด็กที่อยู่ใกล้ ๆ ในเมืองก็มีบ้าง มีรถโรงเรียนรับส่ง ฟรีเหมือนกัน” ครูสำรอง ขำอ้วม ครูโรงเรียนวิชาวดี สะท้อนภาพความยากจนของเด็กที่นี่

    เพื่อให้เด็ก ๆ และโรงเรียนอยู่ได้ ครูใหญ่บุปผาชาติ ถึงกับทำ “ห่อหมก” เพื่อไปเดินขๅยวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ ครูใหญ่บุปผาชาติ ไม่ใช่แค่สอนหนังสือเด็ก และทำห่อหมกไปขๅย แต่ยังสอนวิชา “ชีวิต” เพื่อให้เด็กพึ่งตนเองได้ในภายภาคหน้า

    “ครูคิดว่าเรามีอาชีพครู ทำยังไงให้เขามีความรู้เพื่อจะไปประกอบอาชีพได้ในภายภาคหน้า ให้เขาอ่านออกเขียนได้ ให้เขาทำมาหากินได้ ไม่เป็นปัญหาสังคม อยากให้เขาได้เรียนรู้ ให้ช่วยเหลือตัวเองได้ จึงใช้วิชาชีวิต

    ครูก็จะสอนทำน้ำยาล้างจาน เย็บปักถักร้อย ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ขๅยของเพื่อเป็นแบบอย่างว่า ครูเนี่ย ขนาดเป็นครูแล้ว และแก่แล้ว ก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเห็นว่า ครูเขาก็เหนื่อยนะ แต่ครูทำเพื่อพวกเรา เขาจะได้เลียนแบบได้”

    ครูใหญ่บุปผาชาติ ผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนวิชาวดี กับวัย 71 ในวันนี้ ยอมรับด้วยว่า การที่โรงเรียนดูแลเด็ก ๆ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดใด ส่งผลให้ต้องพยายามพึ่งตนเอง และปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่โรงเรียนนี้อยู่ได้ เพราะมีผู้ใจบุญช่วยบริจาค

    “ถ้าถามความประทับใจ แกก็เปรียบเสมือนญาติผมคนหนึ่ง ไม่ใช่พี่ก็เหมือนพี่ ไม่ใช่น้องก็เหมือนน้อง แกเป็นคนที่อุทิศตน เสียสละจริง ๆ ถ้าเป็นคนธรรมดานี่ อายุขนาดนี้ แกสมควรพักผ่อน ไม่น่ามาแบกภาระสังคมขนาดนี้

    รู้สึกเห็นใจ นอกจากแกช่วยโรงเรียนแล้ว ยังช่วยในชุมชนอีก ทำโครงการอะไรต่าง ๆ ให้ชุมชนก็มี อยากจะบอกว่า ครูใหญ่เหนื่อยยากและลำบาก ก็เพื่อเด็กในชุมชน ขอเป็นกำลังใจให้ครูใหญ่สู้ต่อไป และพวกผมก็จะอยู่เคียงข้าง จนกว่าจะหมดกำลัง” สำรอง ขำอ้วม ครูโรงเรียนวิชาวดีกล่าว

    “ครูจะพูดกับครูทุกท่านในโรงเรียนนี้เสมอว่า ที่ทำนี่เพื่อช่วยเหลือสังคม ครูทุกท่านเต็มใจ และให้ช่วยกันดูแล ทุก ๆ คนก็รู้ว่าเรามีความตั้งใจยังไง และทำตามครูได้ทุกคน ถ้าเราล้มไปเมื่อไหร่ แต่ครูตั้งใจว่าจะทำจนกว่าเราลุกไม่ขึ้น จะทำอะไรที่ช่วยสังคมให้ดีที่สุด

    จนกว่าเราจะหมดลมหายใจ เราไม่มีอะไรตอบแทนแผ่นดิน นอกจากการช่วยเหลือแผ่นดินโดยการให้ความรู้ ให้ที่อยู่อาศัยแก่เด็ก ๆ และเป็นแบบอย่างให้เขาพอที่จะทำตามเราได้” บุปผาชาติ หมุนสา ครูใหญ่โรงเรียนวิชาวดี ผู้อุทิศตนและเสียสละเพื่อเด็ก ๆ

    แหล่งที่มา : liekr.com

    เรียบเรียงโดย : item2day.com