ปลากรอบสามรส ทำเองก็ได้ง่ายจัง แค่ 5 นาที จบ ในงบ 20 บาท

437

ว่าด้วยเรื่องของปลากรอบสามรส ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม หรือบางคนนิยมนำไปรับประทานเป็นกับแกล้ม กินกับข้าวต้ม จะอะไรก็แล้วแต่ เกิดคำถามขึ้นมาว่าทำไมราคาแพงหนักหนา แบบอัดกระป่องแค่หยิบมือเดียวราคาตั้ง 35 บาท บางเจ้าออกขายตามงานแสดงสินค้า

อาจจะเพราะเก็บไว้นาน หรือสั่งมาปริมาณมากก็ไม่รู้ ถึงมีกลิ่นเหม็น หืน ไม่น่ารับประทาน วันนี้เราจะสรรหาสูตรปลากรอบแก้ว 3 รส ที่ง๊าย ง่าย แค่ 5 นาที จบ ในงบ 20 บาท แถมอร่อยระดับทำขายเลยทีเดียว อ้อ….ที่สำคัญสูตรนี้ใช้นำมันน้อยมาก ชนิดที่ไม่ต้องห่วงเรื่องคอเลสเตอรัลกันเลยทีเดียว ถ้าอยากรู้ ตามมาทางนี้ค่ะ

สูตรปลากรอบ 3 รส

เคยสงสัยมาตลอดว่า ทำไมปลากรอบสามรสถึงได้แพงแสนแพง อาจจะเพราะวัตถุดิบเป็นปลาทะเลจึงมีราคาแพง จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ถ้าเราใช้ปลาน้ำจืดล่ะ? ใกล้แหล่งน้ำมากกว่า สด ใหม่ และราคาถูก

เราจะสามารถทำปลากรอบให้อร่อยได้แบบนั้นมั้ย ว่าแล้วเราก็จัดการสรรหาปลาซิว ปลาสร้อย ปลาน้ำจืดมาจัดการซะเลย ในราคากิโลละ 35 บาท แต่เราซื้อมา 20 บาท แบบแบ่งขาย (ในรูปประกอบเป็นปลาทะเล เป็นรูปเก่าที่ทำไว้นานแล้ว)

วัตถุดิบที่ต้องใช้

ปลาซิวแห้งทะเล หรือ ปลาซิวปลาสร้อย ปลาน้ำจืด ที่หาง่าย สด ใหม่ ราคาถูก 1 ขีด
เกลือหยิบมือ (สำหรับปลาน้ำจืด ถ้าใครใช้ปลาทะเลแห้งต้องระวังเรื่องความเค็มเอาไว้ด้วย)

น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

พริกแห้ง เผ็ดตามชอบ

ใบมะกรูด ตามชอบ

วิธีทำ

1.ตั้งกระทะบนเตาด้วยไฟแรง ใส่น้ำมันพืชลงไปให้ร้อน

2.นำปลาลงไปคั่ว ใช้วิธีการคั่วจะไม่อมน้ำมัน แนะนำว่าให้ผัดเร็วๆ พลิกไปพลิกมา (บางสูตรให้ใช้น้ำมันปริมาณมาก ทอด 2-3 รอบ กินเวลานาน แต่สูตรนี้ใช้การคั่วแทน ปลาก็กรอบไม่แพ้กัน)

3.คั่วใบมะกรูดพร้อมกับปลา จะช่วยทำให้มีกลิ่นหอมมากขึ้น

4.เมื่อปลากรอบ สุกทั่วดีแล้ว ให้ตักพักใส่ภาชนะ

5.โรยเกลือ และน้ำตาลลงไป จากนั้นเขย่าให้เข้ากันดี (เหมือนทำมะขามสามรส) แล้วจึงค่อยเติมพริก และใบมะกรูดคั่วลงไป ชิมรสตามใจชอบ ใครชอบหวานกว่านี้ก็ให้เพิ่มน้ำตาลลงไปอีก

เคล็ดลับ

พริกแห้งควรหักเป็นท่อนเล็ก ๆ จะช่วยเพิ่มให้มีรสเผ็ดเล็กน้อยกำลังดี

นำว่าควรคลุกเกลือ และน้ำตาล ตอนที่ผิดไฟ ตักปลาใส่ภาชนะแล้ว ไม่เช่นนั้นปลาจะไหม้น้ำตาลเป็นสีดำไม่น่ารับประทาน

สำหรับคนที่อยากทำปลากรอบสมุนไพร สามารถใส่งาขาว ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอย เพิ่มลงไปอีกได้ จะเป็นการเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเป็นอย่างดี

เห็นมั้ยว่าปลาน้ำจืดราคาถูกแสน ถูก ก็สามารถทำให้อร่อย และเพิ่มมูลค่าให้แพงได้ไม่แพ้ปลาทะเล จะทำไว้ทานเองในบ้าน เป็นของฝาก เป็นรายได้เสริมก็จัดไปเลยค่ะ ของมีคุณภาพ วัตถุดิบดี สด ใหม่ ใครๆ ก็อยากกินทั้งนั้น

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรทานปลาน้ำจืด หรือปลาทะเล? เพื่อเพิ่มแคลเซียม

มีการถกเถียงกันมากมาย ว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรกินปลาเล็กปลาน้อยที่มาจากทะเล หรือจากน้ำจืดดีกว่ากัน กระทั่งมีการสรุปง่ายๆ เอาไว้ว่า ถ้ากินปลาน้ำจืดได้ไห้กินปลาน้ำจืด

พยายามหลีกเลี่ยงปลาทะเลนอกจากว่าอยู่ใกล้แหล่งๆ จริงๆ และรู้แหล่งที่มา เนื่องจากอาหารทะเลมักจะมีสารตกค้างครับ เนื่องจากความต้องการไห้อาหารคงสภาพได้นานที่สุดเช่น ฟอมาลีน ซึ่งเจอบ่อยมาก อันตรายอาจถึงเด็กโดยตรง (ปลาเลี้ยงก็เช่นกัน มีอาหารและยาเร่งการเจริญเติบโตมากมาย)

โดยเฉพาะปลาที่มีราคาสูง เช่น กะพง ปลาเก๋า พวกนี้จะพบเจอว่ามีสารตกค้างมาก สารทางสมอง ซึ่งนำไปสู่ความผิดปกติด้านอารมณ์ นอกจากนี้

ข้อระวัง

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการรับประทาน กรดไขมันโอเมก้า3 ชนิดที่เป็นอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แหล่งโอเมก้า3 พบในปลาน้ำจืดชนิดใดบ้าง

โครงการ สสส. แนะนำว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าโอเมกา-3 มีเฉพาะในปลาทะเล แต่ในปลาน้ำจืดก็มีโอเมกา-3 สูง เหมือนกัน บางประเภทสูงกว่าปลาทะเลด้วยซ้ำ เช่น ปลาสวายเนื้อขาว, ปลาช่อน, ปลากะพงขาว

โดยเฉพาะในภาวเศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ การรณรงค์รับประทานปลาน้ำจืดยังช่วยลดการนำเข้าปลาราคาแพง ทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกมาก แถมยังลดความเสี่ยงต่อสารตกค้างจากการแปรรูปอีกด้วย

 

แหล่งที่มา : detsood.com