ธุรกิจเช่าสินสอด ไม่มีเงินก็แต่งได้ ไม่ต้องกู้เงินมาเป็นสินสอด แค่เช่าวางในพิธี

    429

    อีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องบอกว่า มีลูกค้าไม่น้อย อย่างธุรกิจ เช่าสินสอด เมื่อรายการ ถามสุดซอย ได้สัมภาษณ์ “ข้างกาย เอรียาสกุล” เจ้าของธุรกิจเช่าสินสอด รายแรกของประเทศไทย โดยคุณข้างกายเล่าว่า

    ข้างกาย : “ตอนแรกทำรถคลาสสิกให้เช่า ให้เช่าเป็นพร็อบประกอบในการแต่งงาน ห้อยลูกโป่ง ทำสักระยะรายได้ไม่เท่าไหร่ การเคลื่อนย้ายค่อนข้างลำบาก เพราะรถเป็นคัน

    บางคันก็ขับไม่ได้ กำไรก็ไม่ได้เยอะ ก็เลยคิดหาอะไรอื่นๆ ใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครทำ เลยคิดว่าสินสอดไม่มีใครให้เช่าเลย ก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้”

    เมื่อถามต่อไปว่ามีคนค้านมั้ยตอนที่คิดตอนแรก

    ข้างกาย : “พอไปคุยกับแม่ แม่ตะโกนกลับมาเลยว่าห้ามทำ มันเสี่ยง”

    “เมื่อก่อนมีเงิน ทอง รถค่ะ ให้เช่าสูงสุด 10 ล้าน ได้หมด เท่าไหร่ก็ได้ บางคนจะเอาแค่ 2 แสน เราบอกว่าเอา 5 แสนมั้ยพี่ เพราะราคาเท่ากัน แต่เขาก็จะเอาแค่ 2 แสนนั่นแหละ เพราะเขาบอกว่าเป็นตัวเลขของเขา ตัวเลขมงคลอะไรก็แล้วแต่” คุณข้างกายเล่าต่อ

    พิธีกรถามต่อว่า คลี่ได้ว่าเงินจริงทุกใบ ถ้าล้านจริงคิดค่าเช่าเท่าไหร่?

    ข้างกาย : “ที่พี่เอิ๊กดูปึ๊งละแสน มี 5 แสน ทองอีก 20 บาท 5 แสนนี่ถ้าคนกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล จ่ายแค่ค่าเช่า 2 หมื่น อยู่แค่พิธีงาน เราจะเอาไปให้ก่อนเดินขบวนขันหมาก

    ทำพิธีเรียบร้อย มันจะมีพิธีที่ให้แม่เจ้าสาวเอาเงินเอาทองไปเก็บในห้อง อันนั้นก็คือตอนที่เขาเอามาคืน เราก็กลับเลย ไม่อยู่วุ่นวายอะไรในงานเขา” โดยมีคนเช่าสูงสุดถึง 10 ล้าน

    การเอาเงินสดไปให้เช่า หรือทองไปให้เช่าก็เสี่ยงนะ เราไปงานคนไม่รู้จัก เราดูแลยังไง พิธีกรถาม

    ข้างกาย : “จริงๆ กายมีทีมงานของกาย ซึ่งทีมงานของกายก็จะเป็นการ์ดอยู่แล้ว เรามีสัญญาโดยรัดกุมของเราอยู่ แล้วในงานมีสักขีพยานเยอะแยะมากมาย ต้องเป็นงานแต่งจริงเท่ๅนั้น

    มีสักขีพยาน มีผู้หลักผู้ใหญ่ แต่งจริง มีสถานที่ มันไม่มีทางหายแน่นอน ทีมงานเป็นคนไป และตาเขาติดกับเงินตลอด จะอยู่ตามมุมต่างๆ กินกาแฟ กินอาหารอยู่แต่ก็จ้อง”

    จริงๆ คนรวยที่อยู่ในสังคมก็มาเช่า?

    ข้างกาย : “มีค่ะ คนฐานะปานกลางขึ้นไปนะคะ เพราะถ้าคนไม่มีฐานะเขาไม่มีเงินเช่า เพราะขั้นต่ำ 2-3 หมื่นอยู่แล้ว การที่เขาจะทิ้งเงินแบบนี้ก็ต้องมีระดับหนึ่งค่ะ บางงานมีรถเบนซ์ป้ายแดงจอดอยู่เลย

    แต่เงินสดมาเช่าเราไปวาง เพราะเขาไม่ต้องการดึงเงินจากหุ้นเขาออกมา เขาก็เช่าของเราไป เขามีเงิน เป็นเศรษฐีคนนึง แต่ไม่ต้องการไปยุ่งเงินกองนั้นของเขา”

    เคยไปแล้วเจอเคสแปลกๆ บ้างมั้ย?

    ข้างกาย : “ก็มีทีมงานกายบอกว่าแต่งตัวจัดเต็ม แต่พอไปถึงงานเป็นยุ้งฉาง อยู่กลางนา แล้วเป็นเต็นท์ ทำกับข้าวกันอยู่ แขกก็นั่งกินเหล้ๅขๅว เมาไปเรียบร้อย หมานอนอยู่ตามพื้น

    ทีมงานกายก็จัดเต็มมากแต่งตัว โอ้โห ไม่รู้จะทำยังไงเลยตอนนั้น ลูกค้าเราไปทั่วประเทศจริงๆ บางทีเราไม่รู้ว่าเขาจัดงานยังไง บางทีบ้านที่เขาจัด ลูกค้าก็ไม่บอกเราก่อนว่าต้องแต่งตัวแบบไหน เราก็แต่งให้เกียรติงาน แต่บางทีแขกร่วมงานกางเกงยีนส์ เสื้อยืด เราชุดราตรีไป ก็เด่นเกิน”

    เมื่อถามว่า เคยมีความแตกมั้ย?

    ข้างกาย : “ความแตกไม่มี เพราะเราทำให้เป็นความลับที่สุด ไม่มีหน้างานไปยืนกระโตกกระตาก ไปยืนจ้องเงิน ทีมงานเราก็ไปเป็นแขกทั่วไป ถ่ายรูปนิดๆ หน่อยๆ ยืนอยู่ในงาน กินบ้าง เต้นบ้าง แห่ขบวนขันหมาก ไม่เคยมีโป๊ะแตกขนาดนั้น เนียนค่ะ”

    แต่ก็มีกระแสว่าธุรกิจแบบนี้ เหมือนหลอกลวงคนอื่น คิดยังไง?

    ข้างกาย : “มันอยู่ที่มุมมองคนอื่นมากกว่า แต่งงานเช่าชุด เช่าสถานที่มั้ย มีดอกไม้ วงดนตรี มีอะไรเป็นของเราบ้าง ทุกอย่างไม่มีอะไรของเราเลย เช่ายืมมาหมด อันนี้ก็เป็นพร็อบอย่างหนึ่งเหมือนกัน”

    สังคมไทยก็เป็นเยอะเหมือนกัน เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ ไม่ได้มีจริงแต่พยายามสร้างภาพว่ารวย แล้วมาเช่าเรา ทั้งที่เงินค่าเช่าก็เอาไปทำทุนทำธุรกิจอะไรต่อได้ คิดยังไง

    ข้างกาย : “เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ อันนี้เรื่องจริงของคนไทยเลย ไม่ว่าจะยังไงหน้าตาสำคัญที่สุด เอาหน้าตาไว้ก่อน คนไทยเราดูตรงนี้มาก ถ้าสินสอดน้อยโดนนินทา ถ้าสินสอดมากไม่เป็นไร ถ้าได้น้อยรู้สึกอับอายขๅยขี้หน้า บางคนเป็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน ลูกสาวกำนันเยอะแยะ”

    อยากแนะนำยังไง?

    ข้างกาย : “อยากให้ลองคิดดีๆ ว่าแต่งงานแล้วตัวเองติดลบ กว่าจะใช้หนี้แล้วไปบวกๆ ขึ้นมันอาจต้องใช้เวลา อย่างตัวกายถ้าแต่งจะเรียกสินสอดกี่บาท จะไม่เรียกสักบาท จูงมือไปจดทะเบียนเลยแค่นั้น แต่บางคนไม่ได้ไงคะ หน้าตาทางสังคมเขามันไม่ได้ ต้องจัดเต็ม

    ถ้าวงดนตรีไม่เต็ม อาหารไม่เต็มโดนนินทา เจอมาแล้วค่ะ ตัวทีมงานกายไปแถวภาคอีสาน อาหารจัดเต็ม ถ่ายวิดีโอส่งมาให้ดู ทุกอย่างจัดเต็มทุกอย่าง ยังโดนนินทาอยู่ คือแคร์คนอื่นมากไป แต่ไม่แคร์ก็ไม่ได้ มันรวมถึงวงศ์ตระกูล บางคนเขามองไปถึงพ่อแม่ ญาติ ไม่ได้ทำเพื่อหน้าตาเขาคนเดียว”

    เมื่อถามว่าทำธุรกิจนี้มากี่ปีแล้ว?

    ข้างกาย : “เข้าปีที่สามแล้วค่ะ กายก็จะทำไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้คู่แข่งมาเยอะแล้ว แต่กายเป็นคนแรกที่เริ่มทำ เพราะกายไม่ใช่คนรวย กายแค่มีความคิดเท่ๅนั้นเอง เราไม่มีเงินแต่เรามีหัว ก็เริ่มทำมาได้ ทีนี้พอคนที่เขามีเงินเห็นเขาก็ทำตาม กายก็จะทำไปให้ได้นานที่สุด เพราะตัวกายเองมีเครดิต

    ทุกคนทั่วประเทศรู้จักกายในด้านนี้ ถ้าจะเช่าสินสอดต้องข้างกายเท่ๅนั้น ถ้าคนอื่นไม่แน่ อาจโดนโกงก็ได้ เคยมีลูกค้าเช่าเจ้าอื่น พอถึงก่อนวันงานสองวันติดต่อไม่ได้แล้ว หอบเงินมัดจำหนี กายต้องไปด่วนให้เขา เพราะไม่งั้น งานเขาไม่มีเงิน ไม่มีสินสอด หน้าแตก”

     

    แหล่งที่มา : siamstreet.com

    เรียบเรียงโดย : item2day.com