Home สาระน่ารู้ รีบเช็คด่วน! เผย 10 สิ่งในรถของท่าน ควรตรวจเช็คให้ดีก่อนออกเดินทางไกล พลาดครั้งเดียวอันตรายถึงชีวิต!

รีบเช็คด่วน! เผย 10 สิ่งในรถของท่าน ควรตรวจเช็คให้ดีก่อนออกเดินทางไกล พลาดครั้งเดียวอันตรายถึงชีวิต!

การขับขี่รถยนต์ในการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางไกลในช่วงเทศกาลนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องเอาใจใส่ตรวจเช็คสภาพการใช้งาน ความสมบูรณ์ของรถ เพื่อให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ปัญหาติดขัดรถเสียระหว่างการเดินทาง หรืออาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้

ซึ่งตัวผู้ขับขี่เองนั้นก็สามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจเช็คด้วยตัวเอง ง่ายๆ และใช้เวลาไม่นาน ได้ผลคุ้มมากกว่าคุ้มอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น อะไรบ้างที่เราควรตรวจเช็คก่อนนออกเดินทาง ตามเราไปดูกันค่ะ

1. ยางรถยนต์ 

สิ่งแรกเลยให้สังเกตดูรูปลักษณ์ภายนอกของตัวยางรถยนต์ ความหนาของดอกยาง ยางที่ดีควรมีดอกยางเหลือไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และดูว่ามีรอยฉีกขาดหรือไม่ แล้วอย่าลืมทำการตรวจความดันลมยาง ตรวจดูว่าน็อตขันแน่นดี แต่ก็ไม่แน่นจนเกินไปจนคลายออกไม่ได้ด้วยตัวเอง

2. ใบปัดน้ำฝน

อายุเฉลี่ยของใบปัดน้ำฝนจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี แต่หากว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดๆ อาจเร่งให้ยางใบปัดเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติได้ ดังนั้นจึงควรตรวจเช็คด้วยการฉีดน้ำล้างกระจก เพื่อดูว่ายังคงปัดน้ำได้เกลี้ยงหรือไม่ หากเสื่อมสภาพจริงๆ ก็ควรรีบเปลี่ยน ซึ่งใบปัดน้ำฝนนี้มีราคาแค่หลักร้อยเท่านั้น

3. ระบบเบรก

ระบบเบรก ABS ในรถยนต์รุ่นใหม่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อคตายเมื่อเหยียบเบรกเต็มแรง ซึ่งมีประโยชน์มากบนถนนเปียกลื่น เพราะผู้ขับขี่จะยังคงสามารถควบคุมทิศทางตัวรถเพื่อเลี่ยงสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้ วิธีการตรวจเช็คคือให้ลองหาถนนโล่งๆ

และปลอดภัย ขับรถด้วยความเร็วราว 30 กม./ชม. จากนั้นให้เหยียบเบรกเต็มแรง หากได้ยินเสียงดังจากช่วงล่าง และมีแรงสะท้านที่แป้นเบรกเป็นจังหวะถี่ๆ นั่นแสดงว่าระบบเอบีเอสยังคงทำงานได้ดีอยู่ แต่หากได้ยินเสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดยาวๆ นั้นก็แปลว่า ABS มีปัญหา ต้องแก้ไข

4. ระบบไฟ

ระบบไฟส่องสว่างถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในขณะฝนตก คุณจึงควรตรวจเช็คหลอดไฟทุกจุด ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว รวมถึงไฟตัดหมอกหน้า-หลัง เพราะจะช่วยให้รถคันอื่นสามารถมองเห็นคุณได้ง่ายขึ้น ท่ามกลางทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ แต่หากหลอดไฟติดเพียงข้างเดียว อาจทำให้รถคันที่วิ่งตามมา เข้าใจผิดว่ารถคุณคือมอเตอร์ไซค์ เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้

5. สนิมบนตัวถัง

ปัญหาสนิมบนตัวถังไม่จำเป็นว่าจะเกิดขึ้นกับรถเก่าเกิน 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่รถใหม่ที่ถูกเฉี่ยวชนจนมีรอยลึกไปถึงเนื้อเหล็ก ก็อาจทำให้เกิดสนิมได้ด้วยเช่นกัน

ตรวจดูอีกครั้งส่ายางอะไหล่และแม่แรงเก็บอยู่ตำแหน่งใด ตรวจเช็คลมยางอะไหล่ และให้แน่ใจว่าแม่แรงและด้ามขันใช้งานได้ตามปกติ

7. ระดับน้ำระบบต่างๆ 

ระดับน้ำหล่อเย็น ควรจะมีอยู่ถึงระดับสูงสุดในถังพักสำรอง หม้อน้ำควรดูว่าด้านหน้าหม้อน้ำหมดจดไม่มีเศษวัสดุ หรือใบไม้ติดอยู่ ดูท่อยางว่ามีรอยแยกเปื่อย มีรอยฉีกขาดหรือหลวม

8. แบตเตอรี่และสายไฟ 

ตรวจดูและเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับที่กำหนด ดูเปลือกแบตเตอรี่ว่ามีร่องรอยเสียหายหรือไม่ ตรวจดูขั้วต่อและสายไฟว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่

9. เข็มขัดนิรภัย 

ตรวจเช็คว่าหัวเข็มขัดสามารถล็อคได้เรียบร้อย สายเข็มขัดมีรอยฉีดขาดหรือไม่

10. แตร 

ลองกดดู ให้แน่ใจว่าเสียงแตรดังชัดเจนดีหรือไม่

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการขับขี่รถยนต์ ก็คือการเคารพกฎจราจร มีความระมัดระวังอยู่เสมอ ไม่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง เว้นระยะห่างคันหน้าให้พอดี และมีน้ำใจแก่ผู้ร่วมทาง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ขับขี่รถของคุณทุกเส้นทาง แม้เจอสภาพอากาศเช่นใด ก็จะเพิ่มความปลอดภัยขึ้นได้ในทุกๆ ครั้งค่ะ

ขอบคุณที่มาจาก: Kaijeaw.com

Facebook Comments
Loading...