ญี่ปุ่น เคยเชื่อว่า คนไทยไม่เคร่งวินัย แต่วันนี้ต้องเอาอย่างไทย

1557

หลังจากที่หลายวันที่ผ่านมา ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศไทยเราค่อยๆลดลงเรื่อยๆจากหลักร้อยมาเป็นหลักสิบ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี โดย ผักกาดหอม ได้ออกมาโพสต์บทความเรื่อง โควิด-19 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านว่า

วันนี้อาจพูดได้ว่า “โควิด-๑๙” ในประเทศอยู่ในช่วงขาลงจริงๆ แต่คำเตือนเรื่องการ์ดอย่าตก ยังละเลยไม่ได้ เพราะไวรัสตัวนี้คือนักฉวยโอกาส เผลอเมื่อไหร่….เจอแน่ ฉะนั้นยังต้องยกการ์ดให้สูงไว้ รอจนกว่าสามารถต่อยปลายคางโควิด-๑๙ ลงไปนอนกางกับพื้น ให้กรรมการนับสิบ สั่งยุติการชกเสียก่อน แล้วค่อยเอาการ์ดลงยอดผู้ป่วย


ความสำเร็จในเบื้องต้นนี้มาจากไหน? ในขณะที่คนบางกลุ่ม ปากบอกว่ารักประชาธิปไตย รักสิทธิเสรีภาพ ขยะแขยงรัฐธรรมนูญมากกว่าใคร เอาแต่นั่งจิ้มคีย์บอร์ดจิกด่า ว่ารัฐบาลเผด็จการ ไม่มีทางสู้โควิดได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แสดงท่าทีเหมือนเด็กมีปมด้อย ปากด่าไป มือก็จิ้มไป ว่าไร้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น!

อีกฟากหนึ่งของคนที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน เขาไม่ได้มานั่งบ่น หรือว่าให้ร้ายใคร บอกเลยว่าช่วงนี้นอกจากเป็นแฟนคลับคุณหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน แล้ว ในวิกฤตินี้ยังเพลิดเพลินกับการกระจายอำนาจของกระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.)

พูดตามตรงไม่เคยเห็นยุคไหนที่มีความรู้สึกว่า แต่ละจังหวัดทำงานของตนเองอย่างแข็งขัน และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเช่นนี้มาก่อน ในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานเบอะเลอะเทอะ ก็ไม่เห็นบรรยากาศผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งแก้ปัญหาในจังหวัดของตนเอง เหมือนแม่ทัพขี่ม้านำหน้าออกศึก

แต่ละจังหวัดตัดสินใจเฉียบขาดฉับพลัน หนักบ้าง เบาบ้าง ตามสถานการณ์ของแต่ละจังหวัดที่ไม่เหมือนกัน แรกๆ ก็ถูกชาวบ้านบางกลุ่มด่าอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายถึงบางอ้อ เหตุต้องไล่ปิดโน่นนี่นั่น เพราะต้องสกัดการระบาด หลังๆ มานี้เกิดชุมชนเข้มแข็ง เช่น ที่ขอนแก่น มี ๓๐ หมู่บ้านขอล็อกดาวน์ตัวเอง ยังมีแบบนี้อีกหลายจังหวัด…นับไม่ถ้วน นี่คือคนไทยยุคโควิด-๑๙

เป็นความจริงที่ว่า…คนไทยชื่นชมชาวญี่ปุ่นว่ามีระเบียบวินัย ฉะนั้นการจัดการกับโควิด-๑๙ ของญี่ปุ่น น่าจะมีประสิทธิภาพกว่าไทยแน่ๆ แต่….วันนี้หลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไปแล้วสำนักข่าวนิเคอิรายงานข่าวและภาพเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถึงมาตรการ ‘โซเชียล ดิสแทนซิง’ ในไทย นิเคอิบอกว่า

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าคนไทยเป็นชนชาติที่ไม่เคร่งระเบียบวินัย มีความสนุกสนานร่าเริง และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่วันนี้ คนไทยเว้นระยะห่างทางสังคม มีระยะห่างทางกายภาพ สื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอ้างรายงานของกระทรวงสาธารณสุขไทยว่า คนไทย ๘๐% ให้ความร่วมมือ

และปฏิบัติตาม ‘โซเชียล ดิสแทนซิง’ อย่างเคร่งครัด ทำให้กราฟการติดเชื้อในไทยดิ่งลง พร้อมทั้งสรุปว่า ญี่ปุ่นต้องเอาอย่างไทย ด้วยการกำหนดเป้าหมาย ลดการติดต่อทางสังคมของประชาชนลงให้ได้ ๘๐% ตัวเลขผู้ติดเชื่อเดิมทีไทยทำท่าจะแซงญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังจะแตะหลัก ๗ พัน

ส่วนไทย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และภาครัฐ ช่วยกันฉุด ช่วยกันดึง จนทิ่มหัวลง วานนี้ (๑๒ เมษายน) ติดเชื้อ ๓๓ คน สิงคโปร์ย่องมาเงียบๆ จี้ตูดไทยแล้ว และมีแนวโน้มจะแซงในอีกไม่กี่วัน หากคนไทยไม่ประเมินศักยภาพตนเองต่ำเกินไป ในโลกนี้เราสู้ได้หมดทุกชาติ ทุกเรื่อง ฉะนั้นช่วงนี้การ์ดอย่าเพิ่งตก เพราะเรากำลังเป็นต้นแบบให้หลายประเทศทั่วโลกที่ล้วนมีปัญหาหนักขึ้น ได้หันมามอง ….และทำตาม.

จากความคิดเห็น

ขอบคุณทุกภาคส่วน


โดยจากบทความนี้หลายคนได้อ่านก็ต้องบอกว่า ประเทศไทยเราเหลืออีกนิดเดียวก็จะสามารถเอาชนะไวรัสโควิดนี้ไปได้ ทั้งนี้นอกจากบุคคลากรทางการแพทย์ และหน่่วยงานหลายๆหน่วยงานที่ร่วมมือกันแล้วยังต้องอาศัย ความร่วมมือของประชาชนคนไทยทุกท่านด้วยยังไงก็สู้ๆนะคะ

แหล่งที่มา : Thaipost.com