ทำไมต้องพอเพียง? คำถามนี้คงเป็นความถามยอดฮิตสำหรับผู้คนที่ยังไม่เคยได้สัมผัสกับความพอเพียง หากอยากรู้ว่าความพอเพียงนั้นดีอย่างไร วันนี้เรามาดูคำตอบพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้นนี้จึงทำให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราชดำริของ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้ทรงคิดและตระหนักมาช้านาน เพราะหากเราไม่ไปพี่งพา ยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไป

จนครอบงำความคิดในลักษณะดั้งเดิมแบบไทยๆ ไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยานบนรากฐานที่ไม่มั่นคงเหมือนลักษณะฟองสบู่ วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้น หรือไม่หนักหนาสาหัสจนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเช่นนี้ ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียงจึงได้สื่อความหมาย ความสำคัญในฐานะเป็นหลักการสังคมที่พึงยึดถือ

หลายคนชอบถามว่าทำไมต้องพอเพียง ซึ่งบางครั้งผู้เขียนก็นึกอยู่ในใจว่าคำถามนี้เราไม่จำเป็นต้องถามใครเลยในเมื่อในส่วนลึกของทุกคนก็น่าจะทราบกันอยู่เเล้วว่าเหตุใดเราจึงต้องพอเพียง

ความพอเพียงคืออะไร หลายคนมักชอบถามคำถามนี้ ความพอเพียงคือการรู้จักพอ พอใจในสิ่งที่ตนเองมี พอใจในสิ่งที่ตนเองสร้าง เเละอยู่ได้ด้วยการสร้างของตนเอง อยู่ด้วยลำเเข้งตนเอง โดยที่ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น เมื่อเกิดปัญหาเกิดขึ้นมา เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีเราก็สามารถที่จะยืนด้วยขาเราโดยที่เราไม่ล้ม

เมื่อเกิดปัญหาเราก็จะไม่อด เนื่องจากเราช่วยตัวเองได้ หลักการเศรษฐกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเเท้เเน่นอนหากเรารู้จักพิจารณาชีวิตตามหลักความเป็นจริงได้ว่า สิ่งสำคัญที่สุด ความสุขที่เเท้จริงที่สุดที่เราอยากได้คืออะไรเเล้วทุกคนจะเข้าใจ ข้าพเจ้าเชื่อว่าความคิดของหลายๆ คนนั้นความสุขที่ต้องการมากที่สุดคือความสงบ มิใช่อย่างอื่น

ถามว่าเงินมีความหมายกับชีวิตของเรามากไหม ทุกคนคงตอบว่ามาก เเต่ก็ไม่ใช่ความต้องการขั้นสูงสุดใช่หรือไม่ ข้าพเจ้าอยากถามทุกคนว่า ณ ตอนนี้ที่เรากำลังทุ่มเเรงไปนั้นก็เพื่อเงิน เเต่ถ้าหากว่าวันหนึ่งเงินมีค่ามากไม่พอเนื่องจากว่าอาหารเเพงมากเกินไป จนเงินหมดค่าไปจะทำอย่างไร คนที่รู้จักการเตรียมพร้อมเท่านั้นเเหละที่จะอยู่ได้

ข้าพคิดว่านิสัยของคนไทยเเปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เวลามีอะไรเข้ามาใหม่ก็มักจะรีบไขว้คว้า ใช่อยู่ว่าการไขว่คว้าเป็นสิ่งดี เเต่ที่คนไทยขาดคือ การพิจารณาถึงผลเสียที่จะตามมา เช่น ยางราคาเเพง ก็พากันตัดพืชเก่าๆ ของตนเองทิ้งถางที่ตัดต้นไม้ทิ้ง เคยปลูก ผัก ผลไม้ ก็ตัดทิ้งหมด เพื่อปลูกยางพารา

โดยไม่คิดว่า ถ้าหากวันใดวันหนึ่งยางพารา ไร้ค่าขึ้นมา จะเอาอะไรกินกัน การปลูกพืชต้องใช้เวลา หากวันหนึ่งมันไร้ราคา จะกินถั่วงอกกันหรืออย่างไร ที่น่าสงสาร คือ เมืองที่เคยเป็นเมืองผลไม้ ที่เคยทำนา พากันปลูกยางกันหมด เเล้วถ้าเกิดปัญหาพากันกินอะไร

ตอนนี้หากเราพิจารณาดีจะเห็นได้ว่ามีห้างเกิดขึ้นเต็มไปหมด คนเราเลยทิ้งงานสวนไปทำเเต่งานในห้องเเอร์ ถามหน่อยเถอะห้างเอาอะไรมาผลิต เอาอะไรมาขาย ผลิตภัณฑ์การเกษตรทั้งสิ้น เเต่เรายอมสละความสงบเพื่อไปเเสวงหาเเต่เงิน ได้มาเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ เพราะค่าใช้จ่ายก็เยอะ เมื่อก่อนคนไทยเคยอยู่ได้มีเงินไม่มากก็อยู่กันได้เเต่ตอนนี้มันไม่ได้เเล้ว

เมืองไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เเต่ตอนนี้ทุกคนกลับละทิ้งการผลิตอาหารกันหมด ต่อไปอาหารคงเเพง เพราะเกษตรกรเราน้อยลง

เด็กที่เคยอยู่เเต่ในเมือง หากเมื่อไหร่เกิดปัญหาขึ้นมา พวกเขาจะทนต่อความลำบากได้หรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะพวกเขาเคยสบายมาก่อน

ข้าพเจ้าคิดถึงธรรมชาติเมื่อก่อน อากาศบริสุทธิ์ ทุกคนต่างต้องการ เเต่คนก็ขาดความสะดวกไม่ได้ ผู้ประกอบการก็มุ่งหวังเเต่ผลกำไร โค่นต้นไม้ทิ้ง เเปลงที่เคยปลูกพืช ตอนนี้เห็นเเต่พื้นซีเมนต์เต็มไปหมด

ตึกราบ้านช่องก็งอกขึ้นมาเเทนต้นไม้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะรู้จักพอ หรือจะรอให้มันหมดไปเสียก่อนถึงจะรู้ตัวว่าต้องรู้จักคำว่าพอ

แหล่งที่มา: me-panya.com