เรื่องจริงที่เราเถียงไม่ออก จุดอ่อน คนไทย 10 ข้อ ทำคนตกงานเป็นล้าน

1653

จากประสบการณ์ในเวทีระดับโลกหลายๆครั้ง เรามักถูกวิพากวิจารณ์ อย่างหนักหน่วง ยิ่งในช่วงนี้ การก้าวเปลี่ยนอย่างรวดเร็วด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ วัฒนธรรม เรียกว่าเป็นการวิเคราะห์ที่จี้ใจดำเราเสียจริงๆ โดยจะพูดถึง จุดอ่อน คนไทยดังนี้

1. เรารู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก

โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภท มือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดธุรกิจการเมืองธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติ ล้าหลังไปเรื่อย

2.ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่

ทำแบบผักชีโรยหน้าหรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว แต่เราเห็นเพียงแค่ผลประโยชน์ระยะสั้น เราจึงถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือลงเรื่อยๆ ในระยะยาว

3. การศึกษาล้าหลัง

คนไทยเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง จึงตามหลังชาติอื่น คนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

4. มองอนาคตไม่เป็น

คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานเป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอนมีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน

5. รวยกระจุก จนกระจาย

ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเอง ไม่ได้รับโฮกาส หรือ ได้รับความสนใจจากภาครัฐเท่าที่ควร จึงทำให้หลายๆท้องที่ที่อยู๋นอกตัวเมือง ยังขาดรายได้อยู่

6. อิจฉาตาร้อน

สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัย ยกย่องคนมีอำนาจ มีเงินโดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจเอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้าย ดีแต่พูดมือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว

7. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง

ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อนไม่มีมาตรฐาน

8. ค้านลูกเดียว

บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์บ่อยครั้งที่ต้องเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริง ๆ ไม่ได้พูดกัน

9.ยังไม่พร้อมในเวทีโลก

การสร้างความน่าเชื่อถือ ในเวทีการค้าระดับโลกยังขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดีทำให้สู้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้

10.เลี้ยงลูกไม่เป็น

เยาวชนเราขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็งเพราะการเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ไม่กระตือรือร้นในการช่วยตนเองขวนขวายแสวงหา ค้นหาตัวเองและไม่สอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

เมื่ออ่านครบทั้ง 10 ข้อและนำมาวิเคราะห์พิจารณาดูแล้วนั้น พบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประเทศของเรา เจ็บจนจุกอยู่ในใจเราควรรู้และรับทราบ เพราะ ที่กล่าวมาทุกข้อเป็นเรื่องจริงแทบทุกข้อ ไม่เชื่อลองไล่อ่านแล้วพิจารณาอย่างปราศจากอคติ เพราะนี่คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของเรา

แหล่งที่มา :bitcoretech.com