กว่าจะเข้าใจชีวิต ก็ผ่านมาครึ่งชีวิตแล้ว (ครึ่งหนึ่งของชีวิต ที่หล่นหายไป)

    362

    กว่าจะได้เรียนรู้ชีวิตคนบางคนที่ใช้เวลาครึ่งชีวิตเพื่อแลกมาซึ่งบทเรียนและประสบการณ์ชีวิต อายุใกล้เลข 3 ความสุขกับการเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ น้อยลง มีความสุขกับการกินของอร่อยๆมากขึ้น ชอบความผ่อนคลาย และเริ่มเข้าใจว่าจะใช้ชีวิตแบบไหนถึงจะทำให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุดในแบบของตัวเราเอง

    เราอยากโทรหาพ่อแม่ทุกครั้งที่มีเวลา เราอยากสำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อให้พ่อแม่ได้เกษียณ พักผ่อนตามอัธยาศัย เพราะเราก็คงอยากทำแบบเดียวกันตอนอายุเท่าพ่อแม่

    การตั้งใจหาเงินเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จก็ขยันไปเถอะ แต่การตั้งใจไม่ได้แปลว่าต้องให้งานเป็นทั้งหมดของชีวิตต้องสร้างต้นทุนสุขภาพให้ได้ก่อน สุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว ยังไม่เห็นผลตอนนี้แต่ก็ต้องทำเพื่อให้มีแรงต่อยอดต้นทุนอื่นที่เหลือ

    อยู่มาจะครึ่งชีวิตแล้ว เราจะไม่หนีปัญหา เพราะในชีวิตไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าเราละเลยในวันนี้ มันจะวกกลับมาหาอีกในวันหน้า ไม่ช้าก็เร็ว แต่มาแน่นอน

    เราไม่เอาเรื่องดราม่าในชีวิตมาบ่นในเฟสบุ๊ค ถึงโพสต์แล้วมันทำให้ได้ระบาย แต่เพื่อนทุกคนในเฟสบุ๊คไม่ได้ต้องการเป็นที่ระบายถ้าจะมีคงเป็นแค่เพื่อนบางคน และเราเลือกที่จะคุยกับเค้าในชีวิตจริงมากกว่า

    การเลิกแล้วต่อกันโดยไม่ยึดติดกับความคิดตัวเองว่าเราผิดหรือไม่ผิด มันทำให้ชีวิตไปต่อได้ อย่าติดอยู่กับกับดักอารมณ์นานๆ ปล่อยให้ความจริงปกป้องเราเอง จบที่ใจตัวเองให้ได้

    ความรักเวลาคบกันไปนานๆ เรื่องที่เค้าทำให้เรามาตลอด เราได้รับจนชินก็จะไม่เห็นคุณค่า กลายเป็นว่าสุดท้ายจะไม่มีอะไรดีเลย เพราะเราคาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีแก้คือ เป็นผู้ให้บ้าง จะได้รู้ว่าการทำอะไรให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ มันก็แสดงว่าเค้ารักเรามากแค่ไหน

    ตอนเด็กจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปไหนก็ได้ ตอนโตสังคมคนทำงาน ภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก วันไหนแต่งตัวดีจะรู้สึกเหมือนฟ้าเปิด งานราบรื่น

    ความจริงคนตัดสินกันที่ภายนอกมันก็ปกติ เพราะยังไม่รู้จักก็ต้องดูจากที่เห็นก่อน แต่บุคลิกภาพดีไม่ได้แปลว่าต้องแต่งตัวรวย หรือสวย เราว่ามันคือความลงตัวและรู้จักกาละเทศะมากกว่า

    รอยยิ้มเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพกับคนใหม่ๆ ฝึกยิ้มให้คนไม่รู้จัก ถึงจะแป๊กบ้างแต่ก็ยังมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนดีๆ

    อย่าติดพูดคำว่าเดี๋ยวถ้าจะทำต้องทำเลย เพราะถ้าไม่ทำเลยก็จะมีเรื่องอื่นมาแทรกจนสุดท้ายไม่ได้ทำ

    เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องรีบตามให้ทัน เพราะเป็นทางลัดของอะไรหลายๆอย่างได้ต้นทุนลดโตแบบก้าวกระโดด มีโอกาสทั้งนั้น

    คิดให้มาก ทำให้มากกว่า

    เรามองเห็นเพื่อนหลายคนที่โตมาด้วยกันมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกันออกไป แม้จะไม่ได้คุยกันเลย แต่เชื่อว่า เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนอยู่เสมอ

    โอกาสมักมาตอนได้เจอคนใหม่ๆ หรือไปในสถานที่ใหม่ๆ

    กินข้าวให้อิ่ม หลับให้สนิท รักตัวเองให้เยอะๆ

    เราอยู่ในโค้งสุดท้ายของวัยที่ยังลองผิดลองถูกได้ ช่วงนี้จะถามตัวเองบ่อยๆ ว่ายังมีอะไรที่อยากลองอีกไหม?

    ถ้าธุรกิจยังไม่นิ่งอย่าเพิ่งดึงเงินออก เพราะถ้าเจอวิกฤติจะพังทั้งระบบเลย ยิ่งถ้าสายป่านสั้น กระแสเงินสดยิ่งสำคัญมากๆ

    มีเด็กหลายคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย และมีผู้ใหญ่หลายคนที่ประสบความสำเร็จตอนอายุมากแล้ว เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เกี่ยวกับอายุ

    แบ่งเวลาอยู่ในโลกออนไลน์ให้พอดี อะไรที่มากเกินไปย่อมมีโทษเสมอ

    ถ้าต้องยกเลิกอะไรกับใคร ตัดสินใจได้แล้วให้รีบบอกทันที อย่ารอให้ตัวเองกล้าพูดแล้วค่อยบอก เพราะจะทำให้คนอื่นแก้ปัญหาไม่ทัน

    เราอยู่ในวัยที่มีมากพอที่จะแบ่งปัน เป็นผู้ให้ย่อมสุขกว่าเป็นผู้รับ

    ความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีมจะช่วยให้สำเร็จได้ไวขึ้น เราเชื่อในพลังของทีมเวิร์คการคบเพื่อนที่หลากหลาย ทำให้เราต่างเติบโตทางความคิดได้มาก

    คนเก่งแต่ไหนถ้าเจอปัญหาครอบครัวเข้าไป ส่วนใหญ่ประสิทธิภาพลดลงเกิน 80% ดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัวสำคัญสุด

    ถ้ายังไม่สำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ อย่าทำแบบเดิมซ้ำๆ

    การเปิดใจฟังคำวิจารณ์ ช่วยให้เราได้รู้ว่า สิ่งที่ต้องรีบแก้ไข คืออะไร

    พออายุมากขึ้น อย่าเพิ่งลืมความฝันวัยเด็กที่เคยมี

    พ่อแม่ยังมองว่าเราเป็นเด็กเสมอ แม้วันนี้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน แค่เข้าใจก็พอ

    การทำงานไหนๆ ก็ต้องใช้เวลาทำเหมือนกัน ทำให้ดีทุกครั้งไปเลย อย่างน้อยเราได้ฝึกพัฒนาตัวเองไปด้วย

    หากมีเพื่อนหรือใครมาขอความช่วยเหลือ อย่าช่วยในสิ่งที่ตัวเองต้องมานั่งกลุ้มภายหลัง ความจริงถ้าเค้าเห็นเราเป็นเพื่อน เค้าคงไม่ทำให้เราต้องลำบากใจตั้งแต่แรก

    การตัดสินในช่วยเหลือใคร แค่เราหวังดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูที่ตัวเค้าด้วยว่า ได้พยายามแล้ว มากแค่ไหน

    ความกดดันแบบสุดขีด มักทำให้เราเห็นศักยภาพสูงสุดของตัวเอง และช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่ดีที่สุดในวันที่เราผ่านมันไปได้

    เวลาตอบคำถามใคร ถ้าเกินจากที่รู้ ให้ตอบว่าไม่รู้ อย่าแกล้งทำเป็นรู้ กล้าถามแค่ครั้งเดียว ดีกว่าตอบไปแล้ว ทำอะไรต่อไม่ได้เลย

    เรามักละเลยคนใกล้ ไปทำดีกับคนไกล แต่เมื่อเจอปัญหา คนใกล้ต่างหากที่ไม่เคยทิ้งเรา

    ระมัดระวังทุกการกระทำ คนเราทำดีร้อยครั้งจำไม่ได้ ทำผิดครั้งเดียวจำไม่ลืม

    อย่าพยายามสอนใคร ถ้าเค้ายังไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง

    ยิ่งโตขึ้นยิ่งมีแต่เรื่องให้ต้องตัดสินใจ แต่ไม่ว่าตัดสินใจถูกหรือผิดยังไง ชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป
    แม้แต่คนที่เราเกลียดที่สุด ก็ให้บทเรียนที่ดีที่สุดกับเราได้ ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาตัวเองได้หมด แค่ต้องคัดกรองให้เป็นว่าเรื่องไหนควรรับ เรื่องไหนควรทิ้ง

    อย่าเป็นคนขี้อิจฉา เวลาเห็นคนอื่นสำเร็จ อะไรที่มันเป็นของเรา มันก็จะเป็นของเรา

    สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากมีสองสาเหตุ 1.พลังบวก 2.คือความเจ็บปวดขั้นสุด

    คนรวยจะเก่งในการลดเวลาทำงานที่เนื้องานไม่สร้างมูลค่า

    20 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นวัยที่ทำมาหากินอย่างเหน็ดเหนื่อย ช่วงชีวิตต่อไป ต้องเริ่มบริหารทุกด้านให้เป็นระบบกว่านี้

    และสุดท้าย กว่าจะรู้ว่าชีวิตคืออะไร เราก็ใช้มันไปแล้วครึ่งชีวิต

    ใจนึงก็กลัวตัวเลข 30 แต่อีกใจก็อยากขอบคุณที่วันนี้ มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

     

    แหล่งที่มา: read555.com