“คนในกะลา” มักแปรเจตนาคำพูดของผู้อื่น ไปในทางที่ไม่ดีและผิดเสมอ

24

วันนี้เรานำเสนอบทความดี ๆ เกี่ยวกับ “คนในกะลา” มักแปรเจตนาคำพูดของผู้อื่นไปในทางที่ผิดเสมอ จะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกัน

1. คนที่ชอบโยนความผิด

ถ้าคนธรรมดาทำผิด ก็จะรับและใช้เป็นบทเรียน พร้อมปรับปรุง แก้ไข ในวันต่อไปไม่ให้ผิดอีก แต่ถ้าผิดแล้วโยนความผิดให้คนอื่น เรียกว่า ‘โง่’ แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองผิด แค่นี้ก็ไม่กล้าปรับปรุงก็เลยโง่ อยู่อย่างนั้น โง่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ถ้าเจอคนแบบนี้ อย่ารู้จัก จะดีกว่าเนอะ ปล่อยเขาไปตามเวรตามกรรมเถอะ

2. มักคิดว่าตัวเองถูกเสมอ

อันนี้สืบมากจากข้างบน คือ ยังคิดว่าตัวเองถูกตลอด สังเกตุได้ว่าเวลามีข้อขัดแย้ง จะเถียงเอาเป็นเอาตๅย ไม่มีฟังชาวบ้าน ใช้ตรรกะวิบัติ เหตุผลวิบัติไปเรื่อยๆ แถๆๆ ข้างๆ คูๆ เพื่อเอาชนะเราก็เท่านั้u เจอคนแบบนี้ เงียบดีกว่าค่ะ จำไว้ว่า “เสือ ไม่มีวันลดตัวไปกัดกับหมา” ฉันใด ก็ฉันนั้น เจ้าค่ะ

3. คนที่ชอบก้าวร้าวเพื่อกลบเกลื่อน

มีการวิจัยมาว่า พวกฉลาดน้อยจะก้าวร้าวมากกว่า เมื่อคุมสถานการณ์ไม่อยู่ เหตุการณ์ไม่เป็นดั่งที่คิด จะมีอาการโมโหก้าวร้าว กลบเกลื่อนหวังสยบให้จบข่าว เจอไม้นี้ ให้เดินหนีทันทีค่ะ ไม่ต้องพูดอะไรต่อทั้งนั้น คนพวกนี้จะรู้สึกค้างคาใจ เพราะเหมือนเคลียร์ไม่จบ แล้วอาจจะรู้สึกอึดอัดจนอกแตกตๅยไปเอง

4. ทำตัวเหนือตลอด

ไม่ใช่ทิศเหนือ ใต้ แต่เป็นการมองว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นเสียดสี ติติงคนอื่นให้ตัวเองดูดี ตัดสินโดยมีความลำเอียงเกาะติดตลอด มีวิจัยว่าพวกไอคิวต่ำจะรับอะไรได้ยาก เข้าใจอะไรยาก ไม่เหมือนพวกฉลาดที่พร้อมจะเข้าใจ

เห็นใจ ทำอะไรให้ใครช่วยเหลือใครก็ไม่หวังผล แต่พวกคนโง่จะไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้ อัตตามันสูง เมื่อให้แปลว่าต้องได้รับตอบแทน ก็คนอย่างฉันอุตส่าห์ให้คนอย่างเธอ ประมาณนั้น เมื่อเจอแบบนี้ วิธีที่น่าจะดี คือ เงียบ

มันไม่มีประโยชน์อะไรกับการเถียงกับคน ในกะลา

ถ้าต้องคุย ก็เอาเฉwาะสิ่งที่เกี่ยวให้ตรงประเด็น

หรือ หยุดได้ ก็หยุดดีกว่า เล็งจังหวะที่ควรจะหยุด

อย่าพยายามเอาชนะ เพราะจะไม่มีวันชนะคนโง่

และยิ่งบ้าด้วยนี่ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม

จะใช้เหตุผล หลักฐานอะไรมาให้ดูก็คงไม่สน

เผลอๆ มีท้าทายกลับมา เราจะเสียอารมณ์เองด้วย

เอาเป็นว่า…ขอไม่เจอดีกว่านะ มันเหนื่อย และเสียเวลาชีวิต

แหล่งที่มา: kiddpan

เรียบเรียงโดย item2day.com