รู้หรือไม่ว่า “ข้าวก่ำ” หรือ “ข้าวเหนียวดำ” สามารถลดคลอเลสเตอรอล และป้องกันการเกิด โ ร ค ร้ า ย ที่คนไทยกลัวอัน ดั บ 1

ขึ้นชื่อว่าข้าว เราก็จะนึกถึงคุณค่าที่ให้พลังงานหรือคาร์โบไฮเดรตมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่ตอนนี้ “ข้าวสี” อย่าง “ข้าวก่ำ” หรือ ข้าวเหนียวดำ ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นบ้านของทางภาคเหนือ และภาคอีสานของไทย ที่มีลักษณะโดดเด่นของสีม่วงทั้งลำต้นและเมล็ด แล้วส่วนใหญ่มักนำมาบริโภคในรูปแบบของขนมหรือของหวานนั้น มีสรรพคุณในการป้องกันโรคได้ด้วย

นักวิจัยหลายสำนักฟันธงว่า ข้าวก่ำ มีคุณสมบัติต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Antioxidant) ช่วยการหมุนเวียนของกระแสโลหิต ชะลอการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย

และพบว่าข้าวสีม่วงกลุ่ม อินดิกา (Indica Type) อย่าง ข้าวเหนียวก่ำของไทย มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ชนิดที่ชื่อว่า Cyanindin 3-Glucoside พบว่ามีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ ม ะ เ ร็ ง ได้

ข้าวก่ำยัง เต็มไปด้วยแกมม่าโอไรซานอล (Gamma oryzanol) สูง (มีค่า ORAC สูงกว่าพืชตระกูลเบอร์รี่) ช่วยลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มระ ดั บ ของไขมันชนิดดีใน เ ลื อ ด ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ยับยั้งการรวมตัวของเม็ด เ ลื อ ด เพิ่มระ ดั บ ฮอร์โมนอินซูลิน ของคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ ม ะ เ ร็ ง ในกระเพาะอาหารได้ด้วย

อีกทั้ง ยังมีโปรตีน วิตามินอี มีธาตุเหล็กสูง รวมถึงธาตุอื่น ๆ เช่น แมกนีเซียม และเป็นแหล่งใยอาหารที่ดี (Dietary Fiber) ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทั้งยังมีหน้าที่ต้านการหืนของไขมันในรำข้าว และของนมผงไขมันเต็ม

นอกจากจะใช้ป้องกันโรคแล้ว ตามภูมิปัญญาของชาวเหนือ และอีสาน ยังนำข้าวเหนียวดำ หรือข้าวก่ำมาเป็น ย า รักษาโรคได้ด้วย อย่างโรคตก เ ลื อ ด ในสตรี ในสมัยก่อนหากสตรีคลอดบุตรแล้วเกิดอาการตก เ ลื อ ด ก็จะนำเอาต้นข้าวก่ำ มาเคี่ยวน้ำให้งวดลงเล็กน้อย แล้วให้รับประทาน

รวมทั้งโรคท้องร่วง จะทำการรักษาโดยนำเมล็ดข้าวก่ำมา “หลาม” (แช่น้ำในกระบอกไม้ไผ่แล้วอิงไฟจนสุก) แล้วนำไปรับประทาน ส่วนทางภาคใต้มีการนำข้าวก่ำมารักษาโรค หิด โดยนำข้าวก่ำมาผสมกับดินประสิว นำไปนึ่งจนสุก นำมาปั้นเป็นก้อน ๆ เพื่อรับประทาน

แต่วันนี้ รศ.ดร. บุษบัน ศิริธัญญาลักษณ์ รองศาสตราจารย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะได้จัดทำโครงการ “การใช้ประโยชน์จากข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นทางภาคเหนือเพื่อเป็นวัตถุเติม อาหาร สารช่วยทางเภสัชกรรม และอาหารเสริมสุขภาพปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารและระบบป้องกัน ม ะ เ ร็ ง ลำไส้ ใหญ่ ในรูปแบบแป้งข้าวต้านทานการย่อย ส่วนสกัดข้าวที่เปลี่ยนรูปทางชีวภาพและผลิตภัณฑ์คล้ายโยเกิร์ตหมักจากข้าว”

พวกเขานำเสนอโยเกิร์ตข้าวก่ำ หรือโยเกิร์ตสีม่วงที่เกิดขึ้นจากห้องทดลองนี้ออกมา 3 รูปแบบ มีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์คล้ายโยเกิร์ต (เซ็ตโยเกิร์ต) ที่มีความเหนียวข้นหนืดเล็กน้อย รสชาติหวานฝาด และยังมีผลิตภัณฑ์คล้ายโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ที่ลื่นคอและหวานน้อย กับชนิดสุดท้ายทำเป็นไอศกรีมโยเกิร์ต

ผลผลิตทดลองนี้ทำมาจากข้าวก่ำพันธุ์ ลืมผัว ซึ่งปลูกมากที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ซึ่งสามารถนำจุลินทรีย์แลกติก FR332 ที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุด บวกกับการผสมสาsสกัดจากข้าวก่ำหอมมะลิเข้าไปด้วย เพื่อใช้เป็นอาหารของเชื้อจุลินทรีย์

ทั้งหมดนั้นยังต้องปรับรสชาติให้ถูกปากผู้บริโภค และแก้ไขกลิ่นเฉพาะตัวของข้าวก่ำสำหรับ บางคนที่ไม่คุ้นชินด้วย แต่ก็นับว่าเป็นตัวเลือกรูปลักษณ์ใหม่ให้ผู้รักสุขภาพ คนที่ แ พ้ กลูเตนใน น ม วัวหรือ น ม สัตว์อื่น ๆ และผู้ที่เป็นเบาหวานได้ลิ้มลอง รวมถึงความพยายามลงลึกเรื่อง ย า รักษาโรค เพื่อจะนำมาใช้อ้างอิงได้ว่าสามารถป้องกัน ม ะ เ ร็ ง ลำไส้ได้จริง ๆ และยังจะทำเป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางด้วย

จะเลือกข้าวคราใด อยากให้สนใจ “ข้าวสีม่วง” ก่อน แล้วลองสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ เสิร์ฟคนในครอบครัว

ข้าวเหนียวหน่า (สังขยาข้าวก่ำ)

เครื่องปรุง

  • ข้าวก่ำ
  • ไข่
  • น้ำตาลปี๊บ
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ
  • กะทิ

วิธีทำ

1. ข้าวก่ำมูล แช่ข้าวก่ำแล้วนึ่งเตรียมไว้ ใส่กะทิผสมกับเกลือ น้ำตาลทรายตามชอบ เอาข้าวที่นึ่งสุกใหม่ลงไปแช่คนให้เข้ากันทิ้งไว้สักครู่

2. สังขยา ตีไข่ใส่น้ำตาลปี๊บ กะทิ เมื่อตีเข้ากันดีแล้วก็เอาไข่ไปนึ่ง

3. พอสุกก็ตักข้าวก่ำแล้วเอาไข่วางบนข้าว ก็จะได้ข้าวเหนียวหน่าข้าวก่ำ (สังขยาข้าวก่ำ)

 

แหล่งที่มา: share-si.com

เรียบเรียงโดย item2day.com